คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2550 ฉบับเต็ม

#410948
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางศิริลักษณ์ มีสมยา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 5 (3), มาตรา 120, มาตรา 195 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ปัญหาเรื่องผู้เสียหายร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 4 ในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเป็นคำร้องทุกข์มีข้อความระบุอย่างชัดแจ้งว่า พ. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหาย มิใช่ในฐานะส่วนตัว การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลจะต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้ ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้เสียหายระบุว่า พ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการว่าหากจะกระทำแทนผู้เสียหายจะต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับด้วย ดังนั้น พ. จึงมีอำนาจดำเนินการหรือร้องทุกข์แทนผู้เสียหายได้โดยไม่จำต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกจ์ด้วย ถือได้ว่า พ. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นับโทษจำเลยต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4140/2542, 4141/2542, 10631/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) (2) จำคุก 2 เดือน และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4141/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนโจทก์ของให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 10631/2541, 4140/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น ไม่อาจนับโทษต่อให้ได้เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้เสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเวิรด์แอร์มาร์เก็ตติ้งผู้เสียหายซึ่งมีนางพรพรรษา พุ่มเพ็ชร เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อชำระราคาเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ที่จำเลยซื้อไปจากผู้เสียหาย เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดสั่งจ่ายผู้เสียหายนำไปเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ตามใบคืนเช็ค หลังจากนั้นนางพรพรรษาไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชยเขต 1 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คตามบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ โดยนางพรพรรษามิได้นำตราสำคัญของห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เสียหายไปประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่านางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหายจึงมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (3) นางพรพรรษาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายได้ และการร้องทุกข์ไม่ชอบเป็นข้อที่จำเลยมิได้อุทธรณ์และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นทั้งมิได้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่ศาลอุทธรณ์ยกเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยจึงไม่ชอบ เห็นว่า ปัญหาเรื่องผู้เสียหายร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเป็นคำร้องทุกข์มีข้อความระบุอย่างชัดแจ้งว่า นางพรพรรษาร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหาย มิใช่ในฐานะส่วนตัว การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลจะต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้เสียหายระบุว่า นางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการว่าหากจะกระทำแทนผู้เสียหายจะต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับด้วย ดังนั้น นางพรพรรษาจึงมีอำนาจดำเนินการหรือร้องทุกข์แทนผู้เสียหายได้โดยไม่จำต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ด้วย ถือได้ว่านางพรพรรษาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายโดยชอชด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร-จรัส พวงมณี-สถิตย์ ทาวุฒิ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410948
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014058"
    }
}
date
2550
deka_no
7429/2550
deka_running_no
7429
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร",
    "จรัส พวงมณี",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 5 (3)",
            "ม. 120",
            "ม. 195 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางศิริลักษณ์ มีสมยา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นับโทษจำเลยต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4140/2542, 4141/2542, 10631/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) (2) จำคุก 2 เดือน และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4141/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนโจทก์ของให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 10631/2541, 4140/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น ไม่อาจนับโทษต่อให้ได้เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้เสีย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเวิรด์แอร์มาร์เก็ตติ้งผู้เสียหายซึ่งมีนางพรพรรษา พุ่มเพ็ชร เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อชำระราคาเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ที่จำเลยซื้อไปจากผู้เสียหาย เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดสั่งจ่ายผู้เสียหายนำไปเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ตามใบคืนเช็ค หลังจากนั้นนางพรพรรษาไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชยเขต 1 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คตามบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ โดยนางพรพรรษามิได้นำตราสำคัญของห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เสียหายไปประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่านางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหายจึงมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (3) นางพรพรรษาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายได้ และการร้องทุกข์ไม่ชอบเป็นข้อที่จำเลยมิได้อุทธรณ์และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นทั้งมิได้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่ศาลอุทธรณ์ยกเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยจึงไม่ชอบ เห็นว่า ปัญหาเรื่องผู้เสียหายร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเป็นคำร้องทุกข์มีข้อความระบุอย่างชัดแจ้งว่า นางพรพรรษาร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหาย มิใช่ในฐานะส่วนตัว การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลจะต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้เสียหายระบุว่า นางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการว่าหากจะกระทำแทนผู้เสียหายจะต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับด้วย ดังนั้น นางพรพรรษาจึงมีอำนาจดำเนินการหรือร้องทุกข์แทนผู้เสียหายได้โดยไม่จำต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ด้วย ถือได้ว่านางพรพรรษาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายโดยชอชด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000659.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550