คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2547 ฉบับเต็ม

#411000
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2547 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวเฉลิมศรี จันทเวทิน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138, มาตรา 143, มาตรา 145 โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย หรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคแรก แต่ข้อความที่โจทก์ขอแก้ไขโดยเพิ่มเติมข้อความว่า พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันทำยอมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อจากข้อความที่ว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาทนั้น เป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดในส่วนของดอกเบี้ยมากขึ้นกว่าเดิม จึงไม่ใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ แม้จำเลยจะไม่คัดค้าน โจทก์ก็ไม่อาจแก้ไขได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 โดยเฉพาะสัญญาข้อ 1 มีใจความว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท แก่โจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความอ้างว่า โจทก์พิมพ์ข้อความเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยในส่วนดอกเบี้ยนับจากวันทำยอมตกหล่นผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของโจทก์และจำเลย จึงขอแก้ไขโดยเพิ่มเติมข้อความว่าพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันทำยอมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อจากข้อความที่ว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 โดยจำเลยยินยอมให้แก้ไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่อาจแก้ไขคำพิพากษาตามยอมให้ได้ แต่รับไว้เป็นบันทึกข้อตกลงในชั้นบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความโดยเพิ่มเติมข้อความว่า พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันทำยอมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อจากข้อความที่ว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท ในสัญญาข้อ 1 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ไปประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคแรก แต่ข้อความที่โจทก์ขอแก้ไข และศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้นเป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดในส่วนของดอกเบี้ยมากขึ้นกว่าเดิม จึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ แม้จำเลยจะไม่คัดค้าน โจทก์ก็ไม่อาจขอแก้ไขได้ คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลชั้นอุทธรณ์ภาค 9 ก็มิได้พิพากษาแก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-ปัญญา ถนอมรอด-วรนาถ ภูมิถาวร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411000
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040976"
    }
}
date
2547
deka_no
1771/2547
deka_running_no
1771
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "วรนาถ ภูมิถาวร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138",
            "ม. 143",
            "ม. 145"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวเฉลิมศรี จันทเวทิน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 โดยเฉพาะสัญญาข้อ 1 มีใจความว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท แก่โจทก์

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความอ้างว่า โจทก์พิมพ์ข้อความเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยในส่วนดอกเบี้ยนับจากวันทำยอมตกหล่นผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของโจทก์และจำเลย จึงขอแก้ไขโดยเพิ่มเติมข้อความว่าพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันทำยอมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อจากข้อความที่ว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 โดยจำเลยยินยอมให้แก้ไข

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่อาจแก้ไขคำพิพากษาตามยอมให้ได้ แต่รับไว้เป็นบันทึกข้อตกลงในชั้นบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความโดยเพิ่มเติมข้อความว่า พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันทำยอมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อจากข้อความที่ว่า จำเลยยอมรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 892,456.72 บาท ในสัญญาข้อ 1 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ไปประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคแรก แต่ข้อความที่โจทก์ขอแก้ไข และศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้นเป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยต้องรับผิดในส่วนของดอกเบี้ยมากขึ้นกว่าเดิม จึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ แม้จำเลยจะไม่คัดค้าน โจทก์ก็ไม่อาจขอแก้ไขได้ คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลชั้นอุทธรณ์ภาค 9 ก็มิได้พิพากษาแก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000904.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547