คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2547 ฉบับเต็ม

#411009
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1880/2547 นางสาวสุภา วัฒโน โจทก์ นางฉอ้อน แสงรักษา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ครั้งแรก จำเลยมาศาลและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยยังไม่ทราบจำนวนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ต้องชำระเพิ่มเติมและจำเลยยังไม่มีเงินพอที่จะชำระ ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปก่อนตามคำขอของจำเลย ครั้นถึงวันนัดจำเลยมาศาลและแถลงว่ายังไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีเงิน ขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงงดการอ่านคำพิพากษาและส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนี้ คำแถลงของจำเลยทั้งสองครั้ง เป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทราบว่าจะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติมจากที่ได้ชำระไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในระยะเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 45573 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 กันยายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่า จำเลยมิได้ชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด โดยแถลงว่าไม่มีเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงมีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 จำเลยมาศาลและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยยังไม่ทราบจำนวนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ต้องชำระเพิ่มเติม และจำเลยยังไม่มีเงินพอที่จะชำระขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปก่อน โดยจำเลยจะนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 วันที่ 17 พฤษภาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 จำเลยมาศาลและแถลงว่ายังไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีเงิน ขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงให้งดการอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 7 และส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนี้ คำแถลงของจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 และวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 ดังกล่าวเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทราบที่จะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติมจากที่ได้ชำระไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มนตรี ยอดปัญญา-สายันต์ สุรสมภพ-สุพัฒน์ บุญยุบล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411009
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040867"
    }
}
date
2547
deka_no
1880/2547
deka_running_no
1880
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวสุภา วัฒโน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางฉอ้อน แสงรักษา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 45573 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 กันยายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่า จำเลยมิได้ชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด โดยแถลงว่าไม่มีเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงมีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วน ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 จำเลยมาศาลและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยยังไม่ทราบจำนวนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ต้องชำระเพิ่มเติม และจำเลยยังไม่มีเงินพอที่จะชำระขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปก่อน โดยจำเลยจะนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นับแต่วันดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 วันที่ 17 พฤษภาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 จำเลยมาศาลและแถลงว่ายังไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ต้องชำระเพิ่มเติมเนื่องจากไม่มีเงิน ขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามรูปคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงให้งดการอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 7 และส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังนี้ คำแถลงของจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 และวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 ดังกล่าวเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทราบที่จะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเติมจากที่ได้ชำระไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000903.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547