คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2544 ฉบับเต็ม

#41101
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายไพฑูรย์ สุวรรณภูมิ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 4, มาตรา 32, มาตรา 7 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4(3)บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมง หมายความว่า เครื่องกลไกเครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสาหลัก หรือเรือบรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้นเรือยนต์และอวนลากแขกจึงเป็นเครื่องมือทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลาก คาน ถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้โดยเด็ดขาด เรือยนต์และอวนลากแขกที่จำเลยใช้ทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 32(2) ซึ่งต้องริบตามมาตรา 70 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้อวนลากคานถ่าง(อวนลากแขก) ที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในทะเลบริเวณทิศใต้ของแหลมแท่นซึ่งอยู่ภายในเขตกำหนดห้ามใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งห้าได้พร้อมยึดเรือจักรกล 1 ลำ อวนลากแขก 2 ปาก สัตว์น้ำเบญจพรรณ 150 กิโลกรัม เป็นของกลาง เหตุเกิดที่ท้องทะเลบริเวณตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 32,60, 65, 69, 70, 71 ประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบของกลาง จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 32(2), 65 จำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ริบสัตว์น้ำของกลาง คำขออื่นยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเรือยนต์ 1 ลำ และอวนลาก 2 ปากโดยอธิบดีอัยการเขต 2 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเรือยนต์ 1 ลำและอวนลากแขก 2 ปากเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เรือยนต์ 1 ลำและอวนลากแขก 2 ปาก ของกลางคดีนี้มิใช่เครื่องมือทำการประมงศาลไม่มีอำนาจสั่งริบนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490มาตรา 4(3) บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมงหมายความว่าเครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสาหลักหรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้นเรือยนต์และอวนลากแขกของกลางคดีนี้จึงเป็นเครื่องมือทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้โดยเด็ดขาด จำเลยได้ใช้เรือยนต์และอวนลากแขกทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 32(2) ซึ่งต้องริบตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งริบเรือยนต์ 1 ลำ และอวนลากแขก 2 ปากของกลางนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41101
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065924"
    }
}
date
2544
deka_no
2110/2544
deka_running_no
2110
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 32",
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไพฑูรย์ สุวรรณภูมิ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้อวนลากคานถ่าง(อวนลากแขก) ที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในทะเลบริเวณทิศใต้ของแหลมแท่นซึ่งอยู่ภายในเขตกำหนดห้ามใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งห้าได้พร้อมยึดเรือจักรกล 1 ลำ อวนลากแขก 2 ปาก สัตว์น้ำเบญจพรรณ 150 กิโลกรัม เป็นของกลาง เหตุเกิดที่ท้องทะเลบริเวณตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 32,60, 65, 69, 70, 71 ประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 32(2), 65 จำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ริบสัตว์น้ำของกลาง คำขออื่นยก

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเรือยนต์ 1 ลำ และอวนลาก 2 ปากโดยอธิบดีอัยการเขต 2 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเรือยนต์ 1 ลำและอวนลากแขก 2 ปากเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เรือยนต์ 1 ลำและอวนลากแขก 2 ปาก ของกลางคดีนี้มิใช่เครื่องมือทำการประมงศาลไม่มีอำนาจสั่งริบนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490มาตรา 4(3) บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมงหมายความว่าเครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสาหลักหรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้นเรือยนต์และอวนลากแขกของกลางคดีนี้จึงเป็นเครื่องมือทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้โดยเด็ดขาด จำเลยได้ใช้เรือยนต์และอวนลากแขกทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 32(2) ซึ่งต้องริบตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งริบเรือยนต์ 1 ลำ และอวนลากแขก 2 ปากของกลางนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001126.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544