คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8853/2550 ฉบับเต็ม

#411038
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8853/2550 บริษัท สยามคอนเทนเนอร์ไพพ์ จำกัด ลูกหนี้ผู้ร้องขอ บริษัท ซี เอ เอส จำกัด เจ้าหนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/77 วรรคสาม, มาตรา 94 (2), มาตรา 130 (2), มาตรา 130 (7) การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ หมวด 3/1 ส่วนที่ 11 หากเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้โดยมิให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 94 (2) แต่หนี้ดังกล่าวจะจัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (2) ได้ก็ต่อเมื่อได้ความแล้วว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา 90/77 วรรคสาม มูลหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่ผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ-จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ แม้เป็นหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่ามูลหนี้ดังกล่าวมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแผนฟื้นฟูกิจการอย่างไรบ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ของเจ้าหนี้เป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มตามคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (7) จึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ฐานเป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกันในมูลหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพจำนวน 350,153.22 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์สอบสวนแล้ว เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 350,153.22 บาท ตามคำขอรับชำระหนี้ จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า ภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งบริษัท ซี เจ มอร์แกน จำกัด เป็นผู้บริหารแผนคนใหม่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 ลูกหนี้โดยผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการบริการทางด้านบัญชีให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ-จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ โดยตกลงชำระค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพให้แก่เจ้าหนี้เป็นรายเดือนตามสัญญาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2546 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 และวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 ภายหลังทำสัญญาดังกล่าวเจ้าหนี้ได้ให้บริการสอบทานความถูกต้องและจัดทำรายงานกระแสเงินสดรับ-จ่าย รายงานสอบทานงบประมาณรายได้และค่าใช้จ่ายและงบการเงินของลูกหนี้จัดส่งให้แก่ลูกหนี้แล้ว ตามสำเนาหนังสือและสำเนาใบรับ - นำส่งเอกสาร เอกสารแนบท้ายคำแถลงของเจ้าหนี้ฉบับลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ แต่ลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามสัญญา คงมีหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพค้างชำระแก่เจ้าหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เต็มตามคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม หรือไม่ เห็นว่า การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 หมวด 3/1 ส่วนที่ 11 นั้น หากเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้โดยมิให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 94 (2) แต่หนี้ดังกล่าวจะจัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ได้ก็ต่อเมื่อได้ความแล้วว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา 90/77 วรรคสาม แต่คดีนี้เมื่อพิจารณาคำขอรับชำระหนี้พร้อมบัญชีแนบท้ายของเจ้าหนี้ และคำแถลงชี้แจ้งมูลหนี้ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของนางสาวนิศานาถ เปรมมณี ผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้แล้วก็ได้ความเพียงว่า หนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่ผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ-จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เป็นหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เท่านั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่ามูลหนี้ดังกล่าวมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแผนฟื้นฟูกิจการอย่างไรบ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนคนใหม่ก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มตามคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ดิเรก อิงคนินันท์-สมชาย พงษธา-สมศักดิ์ จันทรา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411038
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013277"
    }
}
date
2550
deka_no
8853/2550
deka_running_no
8853
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "สมชาย พงษธา",
    "สมศักดิ์ จันทรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/77 วรรคสาม",
            "ม. 94 (2)",
            "ม. 130 (2)",
            "ม. 130 (7)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ลูกหนี้ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัท สยามคอนเทนเนอร์ไพพ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "บริษัท ซี เอ เอส จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ฐานเป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกันในมูลหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพจำนวน 350,153.22 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์สอบสวนแล้ว เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 350,153.22 บาท ตามคำขอรับชำระหนี้ จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7)

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า ภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2542 และมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งบริษัท ซี เจ มอร์แกน จำกัด เป็นผู้บริหารแผนคนใหม่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 ลูกหนี้โดยผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการบริการทางด้านบัญชีให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ-จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ โดยตกลงชำระค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพให้แก่เจ้าหนี้เป็นรายเดือนตามสัญญาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2546 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 และวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 ภายหลังทำสัญญาดังกล่าวเจ้าหนี้ได้ให้บริการสอบทานความถูกต้องและจัดทำรายงานกระแสเงินสดรับ-จ่าย รายงานสอบทานงบประมาณรายได้และค่าใช้จ่ายและงบการเงินของลูกหนี้จัดส่งให้แก่ลูกหนี้แล้ว ตามสำเนาหนังสือและสำเนาใบรับ - นำส่งเอกสาร เอกสารแนบท้ายคำแถลงของเจ้าหนี้ฉบับลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ แต่ลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามสัญญา คงมีหนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพค้างชำระแก่เจ้าหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 350,153.22 บาท ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เต็มตามคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม หรือไม่ เห็นว่า การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 หมวด 3/1 ส่วนที่ 11 นั้น หากเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้โดยมิให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 94 (2) แต่หนี้ดังกล่าวจะจัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ได้ก็ต่อเมื่อได้ความแล้วว่าเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา 90/77 วรรคสาม แต่คดีนี้เมื่อพิจารณาคำขอรับชำระหนี้พร้อมบัญชีแนบท้ายของเจ้าหนี้ และคำแถลงชี้แจ้งมูลหนี้ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของนางสาวนิศานาถ เปรมมณี ผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้แล้วก็ได้ความเพียงว่า หนี้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมวิชาชีพตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่ผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้ให้สอบทานความถูกต้องของระบบการรับ-จ่ายเงินสด งบกระแสเงินสด และบัญชีการเงินกับต้นทุนของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เป็นหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เท่านั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่ามูลหนี้ดังกล่าวมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแผนฟื้นฟูกิจการอย่างไรบ้าง จึงยังถือไม่ได้ว่าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนคนใหม่ก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (2) ประกอบมาตรา 90/77 วรรคสาม ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มตามคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000652.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550