คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4042/2547 ฉบับเต็ม

#411073
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4042/2547 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายจำลอง ศุภรังค์ จำเลย ป.อ. มาตรา 56 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ได้มาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยทราบแล้วไม่ได้โต้เถียงหรือคัดค้านมากล่าวในคำพิพากษาประกอบการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร้ายแรงหรือไม่เพียงใดเพื่อที่จะได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าสมควรจะลงโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย มิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องแต่อย่างใด จำเลยปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ ซึ่งเป็นเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นความเสียหายโดยตรงในทางสาธารณะ ทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมายอีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ลำพังแต่จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว ซึ่งเป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ.2544 อันเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง โดยแก้ไขข้อความที่ช่องเลขทะเบียน ซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "บจ-6763" ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็น "น-5682 อท" และแก้ไขข้อความในช่องวันสิ้นอายุซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "22 พ.ค." ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็นว่า "22 พ.ย." เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 ทั้งนี้ ได้กระทำเพื่อให้ร้อยตำรวจโทมนตรี จิตรสิริบูรณ์ เจ้าพนักงานตำรวจและบุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และจำเลยนำแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 อันเป็นเอกสารราชการปลอมไปใช้แสดงต่อร้อยตำรวจโทมนตรี เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 โดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจโทมนตรี นายทะเบียนขนส่งจังหวัดนนทบุรี กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 33, 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265) จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 หยิบยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยทราบมาก่อนแล้วว่ารถยนต์คันที่จำเลยขับในขณะเกิดเหตุมิได้เสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังขืนนำออกใช้ เป็นเหตุให้ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลย แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้บรรยายฟ้อง จึงเป็นการนำข้อเท็จจริงนอกฟ้องมาลงโทษในทางที่เป็นผลร้ายแก่จำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ได้มาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยทราบแล้วไม่ได้โต้เถียงหรือคัดค้านมากล่าวในคำพิพากษาประกอบการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร้ายแรงหรือไม่ เพียงใด เพื่อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 จะได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าสมควรจะลงโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ซึ่งเป็นเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นความเสียหายโดยตรงในทางสาธารณะ ทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมายอีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ลำพังแต่จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวซึ่งเป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411073
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039360"
    }
}
date
2547
deka_no
4042/2547
deka_running_no
4042
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจำลอง ศุภรังค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ.2544 อันเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง โดยแก้ไขข้อความที่ช่องเลขทะเบียน ซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "บจ-6763" ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็น "น-5682 อท" และแก้ไขข้อความในช่องวันสิ้นอายุซึ่งพิมพ์ข้อความว่า "22 พ.ค." ด้วยการเขียนข้อความใหม่ทับข้อความเดิมเป็นว่า "22 พ.ย." เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 ทั้งนี้ ได้กระทำเพื่อให้ร้อยตำรวจโทมนตรี จิตรสิริบูรณ์ เจ้าพนักงานตำรวจและบุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และจำเลยนำแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 อันเป็นเอกสารราชการปลอมไปใช้แสดงต่อร้อยตำรวจโทมนตรี เพื่อแสดงว่าแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2544 ดังกล่าวออกให้แก่รถยนต์ทะเบียน น-5682 อท มีวันสิ้นอายุในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 โดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ร้อยตำรวจโทมนตรี นายทะเบียนขนส่งจังหวัดนนทบุรี กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 33, 91 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265) จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 หยิบยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยทราบมาก่อนแล้วว่ารถยนต์คันที่จำเลยขับในขณะเกิดเหตุมิได้เสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังขืนนำออกใช้ เป็นเหตุให้ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลย แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้บรรยายฟ้อง จึงเป็นการนำข้อเท็จจริงนอกฟ้องมาลงโทษในทางที่เป็นผลร้ายแก่จำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ได้มาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยทราบแล้วไม่ได้โต้เถียงหรือคัดค้านมากล่าวในคำพิพากษาประกอบการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร้ายแรงหรือไม่ เพียงใด เพื่อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 จะได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าสมควรจะลงโทษหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลย จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้องแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ซึ่งเป็นเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นความเสียหายโดยตรงในทางสาธารณะ ทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมายอีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ลำพังแต่จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวซึ่งเป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000889.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547