คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2547 ฉบับเต็ม

#411080
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2547 บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ลูกหนี้ผู้ร้องขอ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหนี้ ป.พ.พ. มาตรา 193/14, มาตรา 193/28 การรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้ให้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องกระทำก่อนที่หนี้จะขาดอายุความ จำเลยชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้วจึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) แต่มีผลเพียงแต่ทำให้ลูกหนี้เรียกร้องเงินที่ชำระไปคืนไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/28 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 และตั้งบริษัทจี.เค.แอสเซ็มบลี้ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ค่าพัสดุชำรุดเสียหายเป็นเงิน 810,912.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 288,365.71 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ รายละเอียดปรากฏตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ว่า หนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ขาดอายุความแล้วเพราะเจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีภายในเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยค้างชำระที่พ้นกำหนด 5 ปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/32 วรรคสอง (1) เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านและแก้ไขคำร้องคัดค้านว่า เจ้าหนี้ได้ทำสัญญาซื้อสินค้าจากลูกหนี้ และลูกหนี้ได้ส่งมอบสินค้าตามสัญญาเลขที่ NRG12P - 20(B)87 และตามสัญญาเลขที่ NRE12P - 20(B)87A ซึ่งเจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาทั้งสองฉบับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 ตามลำดับ ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2540 ลูกหนี้ได้นำเงินมาชำระหนี้เพื่อความชำรุดบกพร่องดังกล่าวแก่เจ้าหนี้จำนวน 10,000 บาท และการชำระหนี้ดังกล่าวเป็นการรับสภาพหนี้ หนี้จึงไม่ขาดอายุความ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาซื้อขายทั้งสองฉบับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 เมื่อนับถึงวันยื่นคำขอรับชำระหนี้จึงเกินเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง คดีจึงขาดอายุความแล้ว ส่วนการชำระค่าเสียหายเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นเวลาภายหลังจากคดีขาดอายุความแล้ว จึงไม่ใช่การรับสภาพหนี้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดการไต่สวน และมีคำสั่งให้ยกคำร้อง เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า การที่ลูกหนี้ได้นำเงินมาชำระหนี้บางส่วนแก่เจ้าหนี้จำนวน 10,000 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นการรับสภาพหนี้ มีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 บัญญัติว่า "ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง" หลังจากลูกหนี้ได้ส่งมอบสินค้าตามสัญญาเลขที่ NRG12P -20(B)87 และตามสัญญาเลขที่ NRE12P - 20(B)87A ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาทั้งสองฉบับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 ตามลำดับ เมื่อเจ้าหนี้ไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จึงขาดอายุความ การรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้ให้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องกระทำก่อนที่หนี้จะขาดอายุความ คดีนี้จำเลยชำระหนี้ให้บางส่วนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นการชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้ว จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) การชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้วมีผลเพียงแต่ทำให้ลูกหนี้เรียกเงินจำนวน 10,000 บาท ที่ชำระไปคืนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/28 วรรคหนึ่ง ทั้งมิใช่กรณีที่จำเลยสละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามมาตรา 193/24 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (พีรพล จันทร์สว่าง-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-วรนาถ ภูมิถาวร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411080
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082041202"
    }
}
date
2547
deka_no
1482/2547
deka_running_no
1482
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "วรนาถ ภูมิถาวร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/14",
            "ม. 193/28"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ลูกหนี้ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 และตั้งบริษัทจี.เค.แอสเซ็มบลี้ จำกัด เป็นผู้ทำแผน

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ค่าพัสดุชำรุดเสียหายเป็นเงิน 810,912.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 288,365.71 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จ รายละเอียดปรากฏตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ว่า หนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ขาดอายุความแล้วเพราะเจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีภายในเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยค้างชำระที่พ้นกำหนด 5 ปี

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/32 วรรคสอง (1)

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านและแก้ไขคำร้องคัดค้านว่า เจ้าหนี้ได้ทำสัญญาซื้อสินค้าจากลูกหนี้ และลูกหนี้ได้ส่งมอบสินค้าตามสัญญาเลขที่ NRG12P - 20(B)87 และตามสัญญาเลขที่ NRE12P - 20(B)87A ซึ่งเจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาทั้งสองฉบับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 ตามลำดับ ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2540 ลูกหนี้ได้นำเงินมาชำระหนี้เพื่อความชำรุดบกพร่องดังกล่าวแก่เจ้าหนี้จำนวน 10,000 บาท และการชำระหนี้ดังกล่าวเป็นการรับสภาพหนี้ หนี้จึงไม่ขาดอายุความ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาซื้อขายทั้งสองฉบับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 เมื่อนับถึงวันยื่นคำขอรับชำระหนี้จึงเกินเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง คดีจึงขาดอายุความแล้ว ส่วนการชำระค่าเสียหายเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นเวลาภายหลังจากคดีขาดอายุความแล้ว จึงไม่ใช่การรับสภาพหนี้ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดการไต่สวน และมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า การที่ลูกหนี้ได้นำเงินมาชำระหนี้บางส่วนแก่เจ้าหนี้จำนวน 10,000 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นการรับสภาพหนี้ มีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 บัญญัติว่า "ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง" หลังจากลูกหนี้ได้ส่งมอบสินค้าตามสัญญาเลขที่ NRG12P -20(B)87 และตามสัญญาเลขที่ NRE12P - 20(B)87A ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามสัญญาทั้งสองฉบับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 ตามลำดับ เมื่อเจ้าหนี้ไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จึงขาดอายุความ การรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้ให้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องกระทำก่อนที่หนี้จะขาดอายุความ คดีนี้จำเลยชำระหนี้ให้บางส่วนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 เป็นการชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้ว จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) การชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้วมีผลเพียงแต่ทำให้ลูกหนี้เรียกเงินจำนวน 10,000 บาท ที่ชำระไปคืนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/28 วรรคหนึ่ง ทั้งมิใช่กรณีที่จำเลยสละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามมาตรา 193/24 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000906.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547