คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2547 ฉบับเต็ม

#411104
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2547 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ บริษัทแอล.เอช.พูร์ เซอร์วิส จำกัด ผู้ร้อง นายสนิท ต่อพิมาย จำเลย ป.อ. มาตรา 36 ขณะเกิดเหตุผู้ร้องให้บริษัท อ. เช่ารถยนต์บรรทุกของกลางไป และเนื่องจากเป็นการเช่ารถพร้อมพนักงานขับรถมีกำหนด 1 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดียน เจ้าของรถผู้ให้เช่าย่อมไม่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการที่รถต้องบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะไม่ได้คิดค่าเช่าตามอัตราน้ำหนักบรรทุก ทั้งยังมีข้อสัญญาห้ามผู้เช่านำรถที่เช่าไปใช้ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย ผู้ร้องจึงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73 และให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งบริษัทเอ็กซ์เซลเมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด เช่าไป ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันรับฟังยุติได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลางมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องมีนายประกิต ปัทมวรกุลชัย กรรมการของผู้ร้องนางสาวฐิติรัตน์ นพวรประเสริฐ กับนายอำนวย สามพันพ่วง พนักงานของผู้ร้องนายชัยรัตน์ เหล็กเพชร ผู้จัดการบริษัทเอ็กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด และจำเลยเป็นพยานเบิกความประกอบหนังสือมอบอำนาจให้ทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.3 หนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 และใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ป.ร.1 ถึง ป.ร.4 ได้ความว่า ระหว่างเกิดเหตุผู้ร้องได้ให้บริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด เช่ารถยนต์บรรทุกของกลางไปบรรทุกสินค้าโดยการเช่ารถพร้อมคนขับในอัตราค่าเช่าเดือนละ 35,000 บาท เห็นว่า พยานบุคคลทั้งห้าของผู้ร้องเป็นผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการเช่ารถยนต์บรรทุกของกลาง และเบิกความถึงความเป็นมาของการเช่ารถได้สอดคล้องรับกันไม่มีข้อพิรุธ แม้นางสาวฐิติรัตน์กับนายอำนวยและจำเลยจะเป็นพนักงานของผู้ร้องแต่ก็มิได้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีในอันที่จะจูงใจให้ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีฐานเบิกความเท็จ จึงไม่มีเหตุให้ต้องระแวงว่าจะเบิกความเข้าข้างผู้ร้อง ส่วนการที่สัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 ระบุว่า ให้เช่ารถพร้อมพนักงานขับรถแต่จำเลยซึ่งเป็นคนขับรถยังคงได้รับเงินเดือนจากผู้ร้องนั้น เห็นว่า การเช่ารถพร้อมพนักงานขับรถ มีความหมายว่า พนักงานขับรถยังคงเป็นลูกจ้างของผู้ให้เช่าและรับค่าจ้างจากผู้ให้เช่า แต่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาสั่งงานของผู้เช่าเพื่อความสะดวกในการใช้รถให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้เช่า ซึ่งนายชัยรัตน์ผู้จัดการบริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด ผู้เช่าและจำเลยก็เบิกความยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุนายชัยรัตน์เป็นผู้สั่งจำเลยให้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปบรรทุกเหล็กและเป็นผู้สั่งให้พนักงานแผนกขนย้ายเป็นผู้ขนเหล็กขึ้นใส่บนรถ สำหรับที่ผู้ร้องไม่ได้นำหลักฐานการเช่าไปยื่นแสดงต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งไม่ขอริบรถยนต์บรรทุกของกลางนั้น ก็ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยวันที่ 12 พฤศจิกายน 2542 เวลา 16 นาฬิกา และพนักงานอัยการฟ้องศาลด้วยวาจาในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นการยากที่ผู้ร้องจะดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวนได้ จึงไม่อาจถือเป็นข้อพิรุธที่ทำให้พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่น่าเชื่อถือแต่ประการใด เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมารับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ร้องให้บริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัลฟอจจิ้ง จำกัด เช่ารถยนต์บรรทุกของกลางไปตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 จริงและเนื่องจากเป็นการเช่ารถพร้อมพนักงานขับรถมีกำหนด 1 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน เจ้าของรถผู้ให้เช่าย่อมไม่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการที่รถต้องบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะมิได้คิดค่าเช่าตามอัตราน้ำหนักบรรทุก นอกจากนี้สัญญาเช่าข้อที่ 7 ยังห้ามผู้เช่านำรถที่เช่าไปใช้ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่วินิจฉัยว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย และพิพากษาให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมชัย จึงประเสริฐ-พีรพล จันทร์สว่าง-บุญรอด ตันประเสริฐ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411104
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040759"
    }
}
date
2547
deka_no
1995/2547
deka_running_no
1995
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทแอล.เอช.พูร์ เซอร์วิส จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสนิท ต่อพิมาย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73 และให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งบริษัทเอ็กซ์เซลเมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด เช่าไป ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันรับฟังยุติได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 73 - 1821 กรุงเทพมหานคร ของกลางมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องมีนายประกิต ปัทมวรกุลชัย กรรมการของผู้ร้องนางสาวฐิติรัตน์ นพวรประเสริฐ กับนายอำนวย สามพันพ่วง พนักงานของผู้ร้องนายชัยรัตน์ เหล็กเพชร ผู้จัดการบริษัทเอ็กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด และจำเลยเป็นพยานเบิกความประกอบหนังสือมอบอำนาจให้ทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.3 หนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 และใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ป.ร.1 ถึง ป.ร.4 ได้ความว่า ระหว่างเกิดเหตุผู้ร้องได้ให้บริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด เช่ารถยนต์บรรทุกของกลางไปบรรทุกสินค้าโดยการเช่ารถพร้อมคนขับในอัตราค่าเช่าเดือนละ 35,000 บาท เห็นว่า พยานบุคคลทั้งห้าของผู้ร้องเป็นผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการเช่ารถยนต์บรรทุกของกลาง และเบิกความถึงความเป็นมาของการเช่ารถได้สอดคล้องรับกันไม่มีข้อพิรุธ แม้นางสาวฐิติรัตน์กับนายอำนวยและจำเลยจะเป็นพนักงานของผู้ร้องแต่ก็มิได้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีในอันที่จะจูงใจให้ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีฐานเบิกความเท็จ จึงไม่มีเหตุให้ต้องระแวงว่าจะเบิกความเข้าข้างผู้ร้อง ส่วนการที่สัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 ระบุว่า ให้เช่ารถพร้อมพนักงานขับรถแต่จำเลยซึ่งเป็นคนขับรถยังคงได้รับเงินเดือนจากผู้ร้องนั้น เห็นว่า การเช่ารถพร้อมพนักงานขับรถ มีความหมายว่า พนักงานขับรถยังคงเป็นลูกจ้างของผู้ให้เช่าและรับค่าจ้างจากผู้ให้เช่า แต่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาสั่งงานของผู้เช่าเพื่อความสะดวกในการใช้รถให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้เช่า ซึ่งนายชัยรัตน์ผู้จัดการบริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัล ฟอจจิ้ง จำกัด ผู้เช่าและจำเลยก็เบิกความยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุนายชัยรัตน์เป็นผู้สั่งจำเลยให้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปบรรทุกเหล็กและเป็นผู้สั่งให้พนักงานแผนกขนย้ายเป็นผู้ขนเหล็กขึ้นใส่บนรถ สำหรับที่ผู้ร้องไม่ได้นำหลักฐานการเช่าไปยื่นแสดงต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งไม่ขอริบรถยนต์บรรทุกของกลางนั้น ก็ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยวันที่ 12 พฤศจิกายน 2542 เวลา 16 นาฬิกา และพนักงานอัยการฟ้องศาลด้วยวาจาในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นการยากที่ผู้ร้องจะดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวนได้ จึงไม่อาจถือเป็นข้อพิรุธที่ทำให้พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่น่าเชื่อถือแต่ประการใด เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมารับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ร้องให้บริษัทเอ๊กซ์เซล เมทัลฟอจจิ้ง จำกัด เช่ารถยนต์บรรทุกของกลางไปตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.5 จริงและเนื่องจากเป็นการเช่ารถพร้อมพนักงานขับรถมีกำหนด 1 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน เจ้าของรถผู้ให้เช่าย่อมไม่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการที่รถต้องบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะมิได้คิดค่าเช่าตามอัตราน้ำหนักบรรทุก นอกจากนี้สัญญาเช่าข้อที่ 7 ยังห้ามผู้เช่านำรถที่เช่าไปใช้ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่วินิจฉัยว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย และพิพากษาให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000902.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547