คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2547 ฉบับเต็ม

#411106
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2547 นายจงจิต พยายาม กับพวก โจทก์ นายเกษม ประชากิจกุล โจทก์ร่วม นางสาวอรุณี ไกรวณิช จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลย มีเนื้อที่ 20 ตารางวา ราคาประเมินตารางวาละ 1,250 บาท คิดเป็นทุนทรัพย์พิพาท 25,000 บาท ดังนี้ทุนทรัพย์พิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยตามคำฟ้องและฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เกิน 50,000 บาท คู่ความจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 91 เลขที่ดิน 82 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ส่วนที่ทับที่ดินของโจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยรื้อถอนแนวรั้ว สิ่งปลูกสร้างขนย้ายวัสดุออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 8 เมษายน 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การ ฟ้องแย้งและแก้ไขคำฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งห้าและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และให้โจทก์ทั้งห้ารื้อถอนต้นไม้ ดอกไม้และวัสดุต่างๆ ออกไปจากที่ดินพิพาท ให้โจทก์ทั้งห้าร่วมกันชำระค่าเสียหาย 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จและชำระค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ทั้งห้าให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา นายเกษม ประชากิจกุล ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 91 เลขที่ดิน 82 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ส่วนที่ออกทับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 282 เลขที่ดิน 131 และเลขที่ 284 เลขที่ดิน 133 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ให้จำเลยรื้อถอนรั้วสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายวัสดุสิ่งของต่างๆ ออกไปจากที่ดินพิพาท กับห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 คนละ 2,580 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 500 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน 3,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เดือนละ 100 บาท และโจทก์ที่ 3 เดือนละ 600 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ 2และที่ 3 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกคำร้องสอดของโจทก์ร่วมและฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 หรือจำเลยนั้น เห็นว่า ที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยมีเนื้อที่ 20 ตารางวา ราคาประเมินตารางวาละ 1,250 บาท คิดเป็นทุนทรัพย์พิพาท 25,000 บาท ดังนี้ ทุนทรัพย์พิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยตามคำฟ้องและฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เกิน 50,000 บาท คู่ความจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลย เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลย จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้..." พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เสียเกินมาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลยจำนวน 51,875 บาท (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411106
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040753"
    }
}
date
2547
deka_no
2056/2547
deka_running_no
2056
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจงจิต พยายาม กับพวก"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายเกษม ประชากิจกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรุณี ไกรวณิช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 91 เลขที่ดิน 82 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ส่วนที่ทับที่ดินของโจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยรื้อถอนแนวรั้ว สิ่งปลูกสร้างขนย้ายวัสดุออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 8 เมษายน 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การ ฟ้องแย้งและแก้ไขคำฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งห้าและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และให้โจทก์ทั้งห้ารื้อถอนต้นไม้ ดอกไม้และวัสดุต่างๆ ออกไปจากที่ดินพิพาท ให้โจทก์ทั้งห้าร่วมกันชำระค่าเสียหาย 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จและชำระค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ทั้งห้าให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ระหว่างพิจารณา นายเกษม ประชากิจกุล ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 91 เลขที่ดิน 82 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ส่วนที่ออกทับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 282 เลขที่ดิน 131 และเลขที่ 284 เลขที่ดิน 133 ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ให้จำเลยรื้อถอนรั้วสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายวัสดุสิ่งของต่างๆ ออกไปจากที่ดินพิพาท กับห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 คนละ 2,580 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 500 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน 3,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เดือนละ 100 บาท และโจทก์ที่ 3 เดือนละ 600 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ 2และที่ 3 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกคำร้องสอดของโจทก์ร่วมและฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 หรือจำเลยนั้น เห็นว่า ที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยมีเนื้อที่ 20 ตารางวา ราคาประเมินตารางวาละ 1,250 บาท คิดเป็นทุนทรัพย์พิพาท 25,000 บาท ดังนี้ ทุนทรัพย์พิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยตามคำฟ้องและฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์จึงไม่เกิน 50,000 บาท คู่ความจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลย เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งว่าที่ดินในส่วนที่พิพาทกับโจทก์ที่ 2 เป็นที่ดินของจำเลย จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้..."

พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เสียเกินมาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลยจำนวน 51,875 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000902.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547