คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2962/2547 ฉบับเต็ม

#411183
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2962/2547 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นางสาวนารถตยาหรือประภาศิริ วิมุกตะลพ ผู้ถูกกล่าวหา นางรัชดา ชูพินิจ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 31, มาตรา 33, มาตรา 112, มาตรา 142 (5), มาตรา 246, มาตรา 247 การกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลโดยที่มิได้กระทำต่อหน้าศาลและผู้กล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลจำต้องไต่สวนพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อน การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่สอบปากคำ ด. และผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ปรากฏว่า ด. ได้สาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้การตามสัตย์จริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 112 ดังนี้ ถ้อยคำ ด. จึงรับฟังเป็นความจริงยังไม่ได้ ปัญหาว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ถูกกล่าวหามิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2541 นายเด่นชัย ไพลกลาง ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวนางรัชดา ชูพินิจ ผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน โดยนำที่ดินมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อเป็นหลักประกัน พร้อมยื่นบัญชีทรัพย์ว่ามีราคาประเมิน 600,000 บาท โดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 500,000 บาท ต่อมาจำเลยหลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งปรับนายเด่นชัยตามสัญญา เมื่อบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานว่าที่ดินมีราคาเพียง 40,000 บาท ศาลชั้นต้นมีหนังสือสอบถามไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ได้ความว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินให้แก่นายเด่นชัยว่ามีราคาประเมินไร่ละ 20,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในเรื่องกู้เงินจากสถาบันการเงินเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2541 อันเป็นวันเดียวกันกับวันที่ออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินที่นำมายื่นประกอบคำร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้เห็นในการร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยแสดงราคาประเมินหลักประกันอันเป็นเท็จ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) (ที่ถูกมาตรา 31 (1), 33) ลงโทษจำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า กรณีนี้เป็นการกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลโดยที่มิได้กระทำต่อหน้าศาล และผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลจำต้องไต่สวนพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อน การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่สอบถามปากคำนายเด่นชัย ไพลกลาง และผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ปรากฏว่านายเด่นชัยได้สาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้การตามสัตย์จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 ดังนี้ ถ้อยคำนายเด่นชัยจึงรับฟังเป็นความจริงยังไม่ได้ ปัญหาว่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ผู้ถูกกล่าวหามิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาอีกต่อไป" พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวน แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (เรวัตร อิศราภรณ์-สมชาย พงษธา-สบโชค สุขารมณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411183
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040235"
    }
}
date
2547
deka_no
2962/2547
deka_running_no
2962
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "สมชาย พงษธา",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 33",
            "ม. 112",
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นางสาวนารถตยาหรือประภาศิริ วิมุกตะลพ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางรัชดา ชูพินิจ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2541 นายเด่นชัย ไพลกลาง ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวนางรัชดา ชูพินิจ ผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน โดยนำที่ดินมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อเป็นหลักประกัน พร้อมยื่นบัญชีทรัพย์ว่ามีราคาประเมิน 600,000 บาท โดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 500,000 บาท ต่อมาจำเลยหลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งปรับนายเด่นชัยตามสัญญา เมื่อบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานว่าที่ดินมีราคาเพียง 40,000 บาท ศาลชั้นต้นมีหนังสือสอบถามไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ได้ความว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง ออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินให้แก่นายเด่นชัยว่ามีราคาประเมินไร่ละ 20,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในเรื่องกู้เงินจากสถาบันการเงินเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2541 อันเป็นวันเดียวกันกับวันที่ออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินที่นำมายื่นประกอบคำร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้เห็นในการร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยแสดงราคาประเมินหลักประกันอันเป็นเท็จ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) (ที่ถูกมาตรา 31 (1), 33) ลงโทษจำคุก 6 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า กรณีนี้เป็นการกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลโดยที่มิได้กระทำต่อหน้าศาล และผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลจำต้องไต่สวนพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อน การที่ศาลชั้นต้นเพียงแต่สอบถามปากคำนายเด่นชัย ไพลกลาง และผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ปรากฏว่านายเด่นชัยได้สาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้การตามสัตย์จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112 ดังนี้ ถ้อยคำนายเด่นชัยจึงรับฟังเป็นความจริงยังไม่ได้ ปัญหาว่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ผู้ถูกกล่าวหามิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาอีกต่อไป"

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวน แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000897.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547