คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2547 ฉบับเต็ม

#411189
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2547 นางสาวพูนทรัพย์ ประสบแก้ว โจทก์ บริษัทมัตสุชิตะ อีเล็คทริค เวิร์คส์ (อยุธยา) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 180, มาตรา 183 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำ ป.วิ.พ. มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยขึ้นใหม่แทนวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์แต่เดิม เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีไม่มีการชี้สองสถานและมีการสืบพยานนัดแรก (พยานจำเลย) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 การยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 14,666.66 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 425,000 บาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 184,166.66 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อ 2 ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การภายหลังจากศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ซึ่งมาตรา 180 บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน..." ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลแรงงานกลางได้นัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 28 มกราคม 2545 ในวันนัดดังกล่าวผู้รับมอบอำนาจจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความยังตกลงกันไม่ได้ จึงได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วมีคำสั่งให้จำเลยนำพยานเข้าสืบก่อนโดยนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 14 มีนาคม 2545 ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การตามคำร้องลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 ในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 โจทก์แถลงขอนำคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยไปปรึกษากับทนายความก่อนว่าจะโต้แย้งหรือไม่และขออนุญาตเลื่อนคดี ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 ซึ่งในวันนัดสืบพยานจำเลยดังกล่าว ศาลแรงงานกลางได้สืบพยานจำเลยได้ 1 ปาก และมีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยโดยอ้างว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรคือ ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปแล้วจึงไม่อนุญาต เห็นว่า การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยขึ้นใหม่แทนวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์แต่เดิมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 นั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีนี้ไม่มีการชี้สองสถานและเพิ่งจะมีการสืบพยานนัดแรก (พยานจำเลย) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 การยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น และการอนุญาตให้แก้ไขคำให้การของจำเลยดังกล่าวอาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงยังไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 และให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (ปัญญา สุทธิบดี-อรพินท์ เศรษฐมานิต-สถิตย์ อรรถบลยุคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411189
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040542"
    }
}
date
2547
deka_no
2384/2547
deka_running_no
2384
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 180",
            "ม. 183"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวพูนทรัพย์ ประสบแก้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทมัตสุชิตะ อีเล็คทริค เวิร์คส์ (อยุธยา) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 14,666.66 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 425,000 บาท

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 184,166.66 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อ 2 ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การภายหลังจากศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ซึ่งมาตรา 180 บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน..." ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลแรงงานกลางได้นัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 28 มกราคม 2545 ในวันนัดดังกล่าวผู้รับมอบอำนาจจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความยังตกลงกันไม่ได้ จึงได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วมีคำสั่งให้จำเลยนำพยานเข้าสืบก่อนโดยนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 14 มีนาคม 2545 ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การตามคำร้องลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 ในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 โจทก์แถลงขอนำคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยไปปรึกษากับทนายความก่อนว่าจะโต้แย้งหรือไม่และขออนุญาตเลื่อนคดี ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 ซึ่งในวันนัดสืบพยานจำเลยดังกล่าว ศาลแรงงานกลางได้สืบพยานจำเลยได้ 1 ปาก และมีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยโดยอ้างว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรคือ ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปแล้วจึงไม่อนุญาต เห็นว่า การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยขึ้นใหม่แทนวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์แต่เดิมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 นั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีนี้ไม่มีการชี้สองสถานและเพิ่งจะมีการสืบพยานนัดแรก (พยานจำเลย) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 การยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น และการอนุญาตให้แก้ไขคำให้การของจำเลยดังกล่าวอาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงยังไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป"

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 และให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000900.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547