คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2547 ฉบับเต็ม

#411190
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายรุ่ง เที่ยงเอม จำเลย ป.อ. มาตรา 90 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 การที่จำเลยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัส ตลอดจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายนั้น เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษเรียงกระทงโดยแยกฐานขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว ออกต่างหากจากฐานขับรถโดยประมาทนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 70, 148, 157 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (3), (4), 70, 148, 157 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว ปรับ 500 บาท ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ประกอบมาตรา 90 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 250 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า รถที่จำเลยขับเป็นรถยนต์โดยสารขนาดเล็กบรรทุกผู้โดยสารหลายคน จำเลยต้องใช้ความระมัดระวังในการขับ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่จำเลยขับรถเข้าวงเวียนซึ่งมีรถอื่นร่วมทางเป็นจำนวนมากด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักขวางเส้นทางเดินรถของผู้อื่นและพุ่งชนทางเท้า เสาไฟฟ้าส่องทาง 1 ต้น ต้นไม้และคอกดอกไม้ 1 ชุด ของสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์กับชนบันไดอาคารเยาวราชเพลสของบริษัทไทยสิริวิวัฒน์ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับอันตรายสาหัส 2 คน ได้รับอันตรายแก่กาย 7 คน แสดงให้เห็นว่าจำเลยขับรถด้วยความประมาทขาดสำนึกและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตลอดจนทรัพย์สินของผู้อื่น ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยมีบุคคลภายในครอบครัวที่ต้องอุปการะและนายจ้างจำเลยกับบริษัทประกันภัยจะได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะปรานีรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง การที่จำเลยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัส ตลอดจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายนั้น เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษเรียงกระทงโดยแยกฐานขับรถเข้าใกล้ววงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว ออกต่างหากจากฐานขับรถโดยประมาทนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่คู่ความฎีกาศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชวลิต ตุลยสิงห์-วัฒนชัย โชติชูตระกูล-ขวัญชัย ปิ่นรอด) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411190
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040444"
    }
}
date
2547
deka_no
2603/2547
deka_running_no
2603
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "ขวัญชัย ปิ่นรอด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายรุ่ง เที่ยงเอม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 70, 148, 157

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (3), (4), 70, 148, 157 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว ปรับ 500 บาท ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ประกอบมาตรา 90 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 250 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า รถที่จำเลยขับเป็นรถยนต์โดยสารขนาดเล็กบรรทุกผู้โดยสารหลายคน จำเลยต้องใช้ความระมัดระวังในการขับ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่จำเลยขับรถเข้าวงเวียนซึ่งมีรถอื่นร่วมทางเป็นจำนวนมากด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักขวางเส้นทางเดินรถของผู้อื่นและพุ่งชนทางเท้า เสาไฟฟ้าส่องทาง 1 ต้น ต้นไม้และคอกดอกไม้ 1 ชุด ของสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์กับชนบันไดอาคารเยาวราชเพลสของบริษัทไทยสิริวิวัฒน์ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับอันตรายสาหัส 2 คน ได้รับอันตรายแก่กาย 7 คน แสดงให้เห็นว่าจำเลยขับรถด้วยความประมาทขาดสำนึกและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตลอดจนทรัพย์สินของผู้อื่น ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยมีบุคคลภายในครอบครัวที่ต้องอุปการะและนายจ้างจำเลยกับบริษัทประกันภัยจะได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะปรานีรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง การที่จำเลยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัส ตลอดจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายนั้น เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ขับรถเข้าใกล้วงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษเรียงกระทงโดยแยกฐานขับรถเข้าใกล้ววงเวียนโดยไม่ลดความเร็ว ออกต่างหากจากฐานขับรถโดยประมาทนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่คู่ความฎีกาศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000899.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547