คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2544 ฉบับเต็ม

#41125
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2544 บริษัทเงินทุนหลักธีรชัยทรัสต์ จำกัด โจทก์ บริษัทผลิตเหล็กไทยพัฒนา จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคสอง ทนายโจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์โดยชอบแล้วแต่มาถึงศาลชั้นต้นซึ่งเป็นเวลาอันเลยกำหนดนัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมงครึ่งเนื่องจากรถยนต์ของทนายโจทก์มีเหตุขัดข้อง ทนายโจทก์สามารถจอดรถไว้ข้างทางแล้วรีบโทรศัพท์แจ้งศาลทราบทันที หรือมิฉะนั้นก็รีบเดินทางมาศาลด้วยรถยนต์รับจ้างได้ แต่ทนายโจทก์มิได้ดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าทนายโจทก์ไม่เอาใจใส่หรือเล็งเห็นถึงความสำคัญในเวลานัดของศาล กรณีไม่มีเหตุสมควรให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 31 สิงหาคม 2542เวลา 9 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นได้รออยู่จนถึงเวลา 10.30 นาฬิกา จึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง(ที่ถูกมาตรา 166 วรรคหนึ่ง) ประกอบมาตรา 181) โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์มีเหตุสมควรที่มาศาลตามกำหนดนัดไม่ได้ ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า การที่จะให้ศาลชั้นต้นยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ได้นั้นโจทก์จะต้องแถลงให้เห็นว่า มีเหตุสมควรที่มาศาลในวันนัดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 181 คดีนี้ศาลชั้นต้นได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 31 สิงหาคม 2542 เวลา 9 นาฬิกา ซึ่งทนายโจทก์ได้ทราบวันเวลานัดดังกล่าวโดยชอบแล้ว แต่ทนายโจทก์ก็มิได้มาศาลตามกำหนดนัดโดยได้ความจากคำเบิกความของทนายโจทก์ในชั้นไต่สวนคำร้องว่าเหตุที่ทนายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนั้น เนื่องจากในวันนัดทนายโจทก์เพิ่งออกจากบ้านพักที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีเวลา 8 นาฬิกา และขณะที่ทนายโจทก์ขับรถยนต์เดินทางมาศาลชั้นต้นนั้น พบว่ายางล้อรถด้านหน้าแบน ทนายโจทก์จึงต้องขับรถช้า ๆ จนถึงสถานีบริการน้ำมัน แต่ไม่มีบริการปะยาง ทนายโจทก์จึงขับรถไปเติมลมยาง ขณะนั้นเป็นเวลาเกิน 9 นาฬิกาแล้ว ทนายโจทก์ได้ขับรถและเติมลมยางมาเรื่อยจนกระทั่งมาถึงศาลชั้นต้นเป็นเวลา10.50 นาฬิกา และทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ไปแล้วเห็นว่า ขณะที่รถยนต์ของทนายโจทก์มีเหตุขัดข้องนั้น ทนายโจทก์สามารถจอดรถไว้ข้างทางแล้วรีบโทรศัพท์แจ้งศาลทราบทันที หรือมิฉะนั้นก็รีบเดินทางมาศาลด้วยรถยนต์รับจ้างได้ซึ่งตามเส้นทางที่ทนายโจทก์ขับรถยนต์ผ่านมา ทนายโจทก์เบิกความยอมรับว่ามีสภาพการจราจรหนาแน่น ไม่ใช่ที่เปลี่ยว ทนายโจทก์จึงน่าจะหาเครื่องโทรศัพท์หรือรถยนต์รับจ้างได้โดยง่าย แต่ทนายโจทก์ก็มิได้ดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใดคงปล่อยให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรออยู่จนล่วงเลยเวลานัดไปถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ พฤติการณ์ของทนายโจทก์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทนายโจทก์ไม่เอาใจใส่หรือเล็งเห็นถึงความสำคัญในเวลานัดของศาลเลย เหตุขัดข้องของทนายโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่ทนายโจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวหรือยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ศาลชั้นต้นยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของโจทก์ จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41125
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065488"
    }
}
date
2544
deka_no
2390/2544
deka_running_no
2390
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 166 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักธีรชัยทรัสต์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทผลิตเหล็กไทยพัฒนา จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 31 สิงหาคม 2542เวลา 9 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นได้รออยู่จนถึงเวลา 10.30 นาฬิกา จึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง(ที่ถูกมาตรา 166 วรรคหนึ่ง) ประกอบมาตรา 181)

โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์มีเหตุสมควรที่มาศาลตามกำหนดนัดไม่ได้ ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า การที่จะให้ศาลชั้นต้นยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ได้นั้นโจทก์จะต้องแถลงให้เห็นว่า มีเหตุสมควรที่มาศาลในวันนัดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 181 คดีนี้ศาลชั้นต้นได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 31 สิงหาคม 2542 เวลา 9 นาฬิกา ซึ่งทนายโจทก์ได้ทราบวันเวลานัดดังกล่าวโดยชอบแล้ว แต่ทนายโจทก์ก็มิได้มาศาลตามกำหนดนัดโดยได้ความจากคำเบิกความของทนายโจทก์ในชั้นไต่สวนคำร้องว่าเหตุที่ทนายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนั้น เนื่องจากในวันนัดทนายโจทก์เพิ่งออกจากบ้านพักที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีเวลา 8 นาฬิกา และขณะที่ทนายโจทก์ขับรถยนต์เดินทางมาศาลชั้นต้นนั้น พบว่ายางล้อรถด้านหน้าแบน ทนายโจทก์จึงต้องขับรถช้า ๆ จนถึงสถานีบริการน้ำมัน แต่ไม่มีบริการปะยาง ทนายโจทก์จึงขับรถไปเติมลมยาง ขณะนั้นเป็นเวลาเกิน 9 นาฬิกาแล้ว ทนายโจทก์ได้ขับรถและเติมลมยางมาเรื่อยจนกระทั่งมาถึงศาลชั้นต้นเป็นเวลา10.50 นาฬิกา และทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ไปแล้วเห็นว่า ขณะที่รถยนต์ของทนายโจทก์มีเหตุขัดข้องนั้น ทนายโจทก์สามารถจอดรถไว้ข้างทางแล้วรีบโทรศัพท์แจ้งศาลทราบทันที หรือมิฉะนั้นก็รีบเดินทางมาศาลด้วยรถยนต์รับจ้างได้ซึ่งตามเส้นทางที่ทนายโจทก์ขับรถยนต์ผ่านมา ทนายโจทก์เบิกความยอมรับว่ามีสภาพการจราจรหนาแน่น ไม่ใช่ที่เปลี่ยว ทนายโจทก์จึงน่าจะหาเครื่องโทรศัพท์หรือรถยนต์รับจ้างได้โดยง่าย แต่ทนายโจทก์ก็มิได้ดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใดคงปล่อยให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรออยู่จนล่วงเลยเวลานัดไปถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ พฤติการณ์ของทนายโจทก์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทนายโจทก์ไม่เอาใจใส่หรือเล็งเห็นถึงความสำคัญในเวลานัดของศาลเลย เหตุขัดข้องของทนายโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่ทนายโจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวหรือยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ศาลชั้นต้นยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของโจทก์ จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001122.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544