คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2547 ฉบับเต็ม

#411309
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2547 นางจิรภา หวังอภิรักษ์กิจ โจทก์ นางสาวขนิษฐา ตัณมุขยกุล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 213, มาตรา 1360, มาตรา 1361 โจทก์ จำเลย และ ร. เป็นเจ้าของรวมในที่ดิน แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้แต่ต้องไม่ขัดสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นๆ และเจ้าของรวมคนหนึ่ง จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยนำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินมาเพื่อมอบแก่โจทก์จนได้ กรณีไม่ใช่สภาพหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ และการโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของโจทก์ให้แก่ ร. ไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะสามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยโจทก์จะสามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยโจทก์ไม่ต้องขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดแก่โจทก์ได้ เนื่องจาก ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสองนั้น ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับจำเลยและนางสาวเรณู มานะจิรังพรกุล แต่จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินไว้ โจทก์มีความประสงค์จะขายที่ดินส่วนของตนแก่นางสาวเรณูในราคา 1,000,000 บาท โจทก์จึงขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อไปทำนิติกรรม แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของนายประวิทย์ ตัณมุขยกุล เพราะจำเลยและครอบครัวได้นำที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยไปจำนำเป็นประกันเงินกู้ต่อนายประวิทย์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และที่คู่ความแถลงรับกันพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ ต่อมาจำเลยกู้ยืมเงินนายประวิทย์และมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้นายประวิทย์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ หลังจากนั้นโจทก์จะจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์แก่นางสาวเรณู จึงไปขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อนำไปดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นฯ และเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยนำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่โจทก์จนได้ กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนให้แก่นางสาวเรณู โจทก์สามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ โดยโจทก์ไม่ต้องขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรคสอง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มนตรี ยอดปัญญา-สายันต์ สุรสมภพ-สุพัฒน์ บุญยุบล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411309
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038891"
    }
}
date
2547
deka_no
4920/2547
deka_running_no
4920
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 213",
            "ม. 1360",
            "ม. 1361"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจิรภา หวังอภิรักษ์กิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวขนิษฐา ตัณมุขยกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับจำเลยและนางสาวเรณู มานะจิรังพรกุล แต่จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินไว้ โจทก์มีความประสงค์จะขายที่ดินส่วนของตนแก่นางสาวเรณูในราคา 1,000,000 บาท โจทก์จึงขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อไปทำนิติกรรม แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของนายประวิทย์ ตัณมุขยกุล เพราะจำเลยและครอบครัวได้นำที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยไปจำนำเป็นประกันเงินกู้ต่อนายประวิทย์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และที่คู่ความแถลงรับกันพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ ต่อมาจำเลยกู้ยืมเงินนายประวิทย์และมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้นายประวิทย์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ หลังจากนั้นโจทก์จะจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์แก่นางสาวเรณู จึงไปขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อนำไปดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 28215 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นฯ และเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยนำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่โจทก์จนได้ กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนให้แก่นางสาวเรณู โจทก์สามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ โดยโจทก์ไม่ต้องขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรคสอง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000885.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547