คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8592/2550 ฉบับเต็ม

#411315
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8592/2550 บริษัทสยามนิสสันเมืองหนองบัวลำภู จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17, มาตรา 33 ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) มาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 เป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะกรณีที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 และข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ จึงให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 33 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการยื่นคำฟ้องคดีภาษีอากรต่อศาลจังหวัดไว้แล้ว จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 17 ที่จะนำ ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น แม้มูลคดีนี้จะเกิดที่จังหวัดหนองบัวลำภู แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงไม่สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และให้จำเลยคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 14,016.10 บาท แก่โจทก์ ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งให้ส่งคำฟ้องไปยังศาลภาษีอากรกลาง ศาลภาษีอากรกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ยังเสียค่าขึ้นศาลไม่ครบถ้วน จึงให้โจทก์วางเงินค่าขึ้นศาลอีกจำนวน 887.50 บาท ให้ครบถ้วนแล้วจึงจะมีคำสั่งต่อไป ต่อมาศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งใหม่ว่า โจทก์ฟ้องกรมสรรพากรซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นจำเลย โจทก์จึงต้องยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง จะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูไม่ได้ กรณีไม่ต้องตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่มเติม และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์สามารถยื่นคำฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องกรมสรรพากรซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครเป็นจำเลย ซึ่งมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ได้บัญญัติเป็นการเฉพาะไว้แล้วว่า "ในระหว่างที่ศาลภาษีอากรจังหวัดยังมิได้เปิดทำการในท้องที่ใด ให้ศาลภาษีอากรกลางมีเขตอำนาจในท้องที่นั้นด้วย โจทก์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาก็ได้" โดยบทบัญญัติดังกล่าวมิได้กล่าวถึงกรณีมูลคดีเกิดเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดหนองบัวลำภู โจทก์จึงไม่สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้ ส่วนมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์นั้นเป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 และข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ จึงให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 33 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการยื่นคำฟ้องคดีภาษีอากรต่อศาลจังหวัดไว้แล้ว จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 17 ที่จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม) ศาลภาษีอากรกลาง - นางสาวจิระฉวี อินทจาร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ภาษีอากร หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ภษ.5/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ559/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ416/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411315
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางสาวจิระฉวี อินทจาร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013609"
    }
}
date
2550
deka_no
8592/2550
deka_running_no
8592
deka_year
2550
department
ภาษีอากร
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 33"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสยามนิสสันเมืองหนองบัวลำภู จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และให้จำเลยคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 14,016.10 บาท แก่โจทก์

ศาลจังหวัดหนองบัวลำภูมีคำสั่งให้ส่งคำฟ้องไปยังศาลภาษีอากรกลาง ศาลภาษีอากรกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ยังเสียค่าขึ้นศาลไม่ครบถ้วน จึงให้โจทก์วางเงินค่าขึ้นศาลอีกจำนวน 887.50 บาท ให้ครบถ้วนแล้วจึงจะมีคำสั่งต่อไป

ต่อมาศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งใหม่ว่า โจทก์ฟ้องกรมสรรพากรซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นจำเลย โจทก์จึงต้องยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง จะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูไม่ได้ กรณีไม่ต้องตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่มเติม และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์สามารถยื่นคำฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องกรมสรรพากรซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครเป็นจำเลย ซึ่งมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ได้บัญญัติเป็นการเฉพาะไว้แล้วว่า "ในระหว่างที่ศาลภาษีอากรจังหวัดยังมิได้เปิดทำการในท้องที่ใด ให้ศาลภาษีอากรกลางมีเขตอำนาจในท้องที่นั้นด้วย โจทก์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาก็ได้" โดยบทบัญญัติดังกล่าวมิได้กล่าวถึงกรณีมูลคดีเกิดเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดหนองบัวลำภู โจทก์จึงไม่สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้ ส่วนมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์นั้นเป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 และข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ จึงให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 33 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการยื่นคำฟ้องคดีภาษีอากรต่อศาลจังหวัดไว้แล้ว จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 17 ที่จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ559/2548
primary_red_case_no
พ416/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000655.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ภษ.5/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550