คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3796/2551 ฉบับเต็ม

#411330
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3796/2551 ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรภัทรค้าวัสดุก่อสร้าง โจทก์ นายมานะ พรมจิ๋ว จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 5 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2548 มาตรา 9 ระบุให้ยกเลิกความในตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. เดิม และให้ใช้ตาราง 5 ใหม่แทน แต่ตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้ระบุว่า บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การบังคับคดีของบรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้ตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดีบังคับแก่การบังคับคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ก่อนที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 22) พ.ศ.2548 ใช้บังคับ จึงต้องใช้ตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. เดิม ซึ่งระบุให้เสียค่าธรรมเนียมการยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงิน แล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์ที่ยึด ไม่ใช่คิดอัตราค่าธรรมเนียมตามตาราง 5 ที่แก้ไขใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาด แต่โจทก์จำเลยตกลงกันได้ก่อน โจทก์จึงได้ถอนการยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์ที่ประเมินไว้ โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยืนตามความเห็นของเจ้าพนักงานบังคับคดี ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 มาตรา 9 ระบุให้ยกเลิกความในตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ตาราง 5 ใหม่ โดยในข้อ 3 ของตาราง 5 ใหม่ ระบุให้คิดค่าธรรมเนียมเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 2 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด แต่มาตรา 10 ของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 ได้ระบุว่า บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การบังคับคดีของบรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้ตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดีบังคับแก่การบังคับคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 ใช้บังคับ จึงต้องใช้ตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม ซึ่งในข้อ 3 ระบุให้คิดค่าธรรมเนียมเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ที่โจทก์อุทธรณ์ทำนองว่าต้องคิดอัตราค่าธรรมเนียมตามตาราง 5 ที่มีการแก้ไขใหม่นั้นฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (บุญรอด ตันประเสริฐ-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์-สนอง เล่าศรีวรกต) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอรุณ ชัยกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.370/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1603/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2258/2540 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411330
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายอรุณ ชัยกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009678"
    }
}
date
2551
deka_no
3796/2551
deka_running_no
3796
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์",
    "สนอง เล่าศรีวรกต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรภัทรค้าวัสดุก่อสร้าง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานะ พรมจิ๋ว"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาด แต่โจทก์จำเลยตกลงกันได้ก่อน โจทก์จึงได้ถอนการยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์ที่ประเมินไว้ โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยืนตามความเห็นของเจ้าพนักงานบังคับคดี ค่าคำร้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 มาตรา 9 ระบุให้ยกเลิกความในตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม และให้ใช้ตาราง 5 ใหม่ โดยในข้อ 3 ของตาราง 5 ใหม่ ระบุให้คิดค่าธรรมเนียมเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 2 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด แต่มาตรา 10 ของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 ได้ระบุว่า บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การบังคับคดีของบรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้ตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดีบังคับแก่การบังคับคดีดังกล่าว เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2548 ใช้บังคับ จึงต้องใช้ตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเดิม ซึ่งในข้อ 3 ระบุให้คิดค่าธรรมเนียมเมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ที่โจทก์อุทธรณ์ทำนองว่าต้องคิดอัตราค่าธรรมเนียมตามตาราง 5 ที่มีการแก้ไขใหม่นั้นฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1603/2540
primary_red_case_no
พ2258/2540
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000620.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.370/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551