คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4111/2551 ฉบับเต็ม

#411350
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4111/2551 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์หรือสมศักดิ์ บุญสนอง จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร จำเลยต่อสู้อ้างฐานที่อยู่โดยอ้างว่าตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่ได้ไปในที่เกิดเหตุ ความผิดฐานรับของโจรก็ต่างวัน เวลา และสถานที่ที่โจทก์ฟ้อง เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้นั้น เมื่อจำเลยนำสืบรับว่าได้บอกขายเครื่องสูบน้ำของผู้เสียหายที่ 2 ให้แก่นาย ข. แสดงว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในเรื่องรับของโจรแต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามาหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่รู้ว่าเครื่องสูบน้ำที่บอกขายเป็นของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกลักขโมยมาเนื่องจากนายสมโชคบอกให้จำเลยช่วยขาย ซึ่งเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมิได้ถูกซุกซ่อนหรือมีใบไม้ปิดบังไว้ตามที่นายเขียนกล่าวอ้าง ซึ่งร้อยตำรวจโทบุญเกื้อได้เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าเครื่องสูบน้ำที่พบไม่มีสิ่งใดปกปิดไว้ จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าเครื่องสูบน้ำเป็นของนายสมโชคจริงจึงช่วยบอกขายให้ จำเลยไม่สามารถตามนายสมโชคมาเบิกความให้ได้เนื่องจากนายสมโชคได้ย้ายที่อยู่และไม่ได้ติดต่อกันอีก หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยมิได้หลบหนีไปไหน นั้น เห็นว่า นายเขียนพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า เครื่องสูบน้ำของผู้เสียหายถูกซุกซ่อนอยู่ในสวนยางโดยมีใบไม้ปิด เหตุที่ร้อยตำรวจโทบุญเกื้อพยานโจทก์เบิกความว่า ไม่มีใบไม้ปิด คงสืบเนื่องมาจากเมื่อนายเขียนไปดูเครื่องสูบน้ำดังกล่าวแล้วได้นำใบไม้ออก ที่จำเลยกล่าวอ้างว่ากระทำโดยสุจริตนั้นก็ขัดต่อเหตุผล ทั้งนี้เพราะเครื่องสูบน้ำดังกล่าวหากเป็นของนายสมโชคจริงก็ควรที่จะเก็บไว้ที่บ้านนายสมโชค หรือเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย มิใช่นำมาไว้ในสวนยางพาราซึ่งอาจมีบุคคลภายนอกมาลักไปได้ การที่เครื่องสูบน้ำดังกล่าวอยู่ในสวนยางพาราโดยที่ไม่มีบุคคลใดมาลักไป ย่อมแสดงให้เห็นว่าได้มีการปกปิดหรือซุกซ่อนไว้ พฤติการณ์ที่จำเลยบอกขายเครื่องสูบน้ำที่บุคคลในท้องที่ทราบโดยทั่วไปว่ามีคนร้ายลักไป ดังจะเห็นได้จากคำเบิกความของนายเขียนว่าทราบมาก่อนหน้าแล้วว่ามีคนร้ายลักเครื่องสูบน้ำมา และพฤติการณ์ที่เก็บเครื่องสูบน้ำไว้ในสวนยางพาราโดยมิได้เก็บไว้ที่บ้านของเจ้าของหรือฝากไว้แก่บุคคลใด ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเครื่องสูบน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่คนร้ายลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร แม้จะไม่เป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญและไม่เกินคำขอ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ก็ตาม แต่ความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ กล่าวคือ จำเลยต่อสู้อ้างฐานที่อยู่โดยอ้างว่าตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่ได้ไปในที่เกิดเหตุ ความผิดฐานรับของโจรที่เกิดขึ้นก็ต่างวัน เวลา และสถานที่ที่โจทก์ฟ้อง เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้นั้น เห็นว่า จำเลยนำสืบรับว่าได้บอกขายเครื่องสูบน้ำของผู้เสียหายที่ 2 ให้แก่นายเขียน แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในเรื่องความผิดฐานรับของโจรแต่อย่างใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. (ศิริชัย วัฒนโยธิน-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-กีรติ กาญจนรินทร์) ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายอาทิตย์ สาตรวาหา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.718/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3624/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3108/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411350
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดทุ่งสง",
        "judge": "นายอาทิตย์ สาตรวาหา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009461"
    }
}
date
2551
deka_no
4111/2551
deka_running_no
4111
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "กีรติ กาญจนรินทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพงษ์ศักดิ์หรือสมศักดิ์ บุญสนอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามาหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่รู้ว่าเครื่องสูบน้ำที่บอกขายเป็นของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกลักขโมยมาเนื่องจากนายสมโชคบอกให้จำเลยช่วยขาย ซึ่งเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมิได้ถูกซุกซ่อนหรือมีใบไม้ปิดบังไว้ตามที่นายเขียนกล่าวอ้าง ซึ่งร้อยตำรวจโทบุญเกื้อได้เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าเครื่องสูบน้ำที่พบไม่มีสิ่งใดปกปิดไว้ จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าเครื่องสูบน้ำเป็นของนายสมโชคจริงจึงช่วยบอกขายให้ จำเลยไม่สามารถตามนายสมโชคมาเบิกความให้ได้เนื่องจากนายสมโชคได้ย้ายที่อยู่และไม่ได้ติดต่อกันอีก หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยมิได้หลบหนีไปไหน นั้น เห็นว่า นายเขียนพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า เครื่องสูบน้ำของผู้เสียหายถูกซุกซ่อนอยู่ในสวนยางโดยมีใบไม้ปิด เหตุที่ร้อยตำรวจโทบุญเกื้อพยานโจทก์เบิกความว่า ไม่มีใบไม้ปิด คงสืบเนื่องมาจากเมื่อนายเขียนไปดูเครื่องสูบน้ำดังกล่าวแล้วได้นำใบไม้ออก ที่จำเลยกล่าวอ้างว่ากระทำโดยสุจริตนั้นก็ขัดต่อเหตุผล ทั้งนี้เพราะเครื่องสูบน้ำดังกล่าวหากเป็นของนายสมโชคจริงก็ควรที่จะเก็บไว้ที่บ้านนายสมโชค หรือเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย มิใช่นำมาไว้ในสวนยางพาราซึ่งอาจมีบุคคลภายนอกมาลักไปได้ การที่เครื่องสูบน้ำดังกล่าวอยู่ในสวนยางพาราโดยที่ไม่มีบุคคลใดมาลักไป ย่อมแสดงให้เห็นว่าได้มีการปกปิดหรือซุกซ่อนไว้ พฤติการณ์ที่จำเลยบอกขายเครื่องสูบน้ำที่บุคคลในท้องที่ทราบโดยทั่วไปว่ามีคนร้ายลักไป ดังจะเห็นได้จากคำเบิกความของนายเขียนว่าทราบมาก่อนหน้าแล้วว่ามีคนร้ายลักเครื่องสูบน้ำมา และพฤติการณ์ที่เก็บเครื่องสูบน้ำไว้ในสวนยางพาราโดยมิได้เก็บไว้ที่บ้านของเจ้าของหรือฝากไว้แก่บุคคลใด ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเครื่องสูบน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่คนร้ายลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร แม้จะไม่เป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญและไม่เกินคำขอ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ก็ตาม แต่ความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ กล่าวคือ จำเลยต่อสู้อ้างฐานที่อยู่โดยอ้างว่าตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่ได้ไปในที่เกิดเหตุ ความผิดฐานรับของโจรที่เกิดขึ้นก็ต่างวัน เวลา และสถานที่ที่โจทก์ฟ้อง เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้นั้น เห็นว่า จำเลยนำสืบรับว่าได้บอกขายเครื่องสูบน้ำของผู้เสียหายที่ 2 ให้แก่นายเขียน แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในเรื่องความผิดฐานรับของโจรแต่อย่างใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3624/2542
primary_red_case_no
อ3108/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000618.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.718/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551