คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7089/2550 ฉบับเต็ม

#411356
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7089/2550 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายสมศักดิ์ รัตนะวิศ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้มีเจตนาลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนั้น ซึ่งในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นไม่ชอบแต่อย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาและเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 357 จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหารับของโจร จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้มีเจตนาลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนั้น ซึ่งในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นไม่ชอบแต่อย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาและเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาโดยรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายย่อมต้องใช้เครื่องมือในการนำรถไป แสดงว่าจำเลยได้มีการวางแผนเตรียมการมากระทำความผิด เป็นการกระทำที่เป็นภัยสังคมสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและความสงบสุขของสังคม พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 19 ปี ก็ย่อมรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (องอาจ โรจนสุพจน์-พิทักษ์ คงจันทร์-ปรีดา พูนคำ) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางสาวภัชดา เหลืองวิลัย ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกภัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2857/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ6932/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ7156/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411356
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นางสาวภัชดา เหลืองวิลัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอุบลรัตน์ ลุยวิกภัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014169"
    }
}
date
2550
deka_no
7089/2550
deka_running_no
7089
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ปรีดา พูนคำ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมศักดิ์ รัตนะวิศ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 357

จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานลักทรัพย์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหารับของโจร

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้มีเจตนาลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนั้น ซึ่งในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นไม่ชอบแต่อย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาและเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาโดยรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายย่อมต้องใช้เครื่องมือในการนำรถไป แสดงว่าจำเลยได้มีการวางแผนเตรียมการมากระทำความผิด เป็นการกระทำที่เป็นภัยสังคมสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและความสงบสุขของสังคม พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 19 ปี ก็ย่อมรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ6932/2546
primary_red_case_no
อ7156/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000660.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2857/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550