คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5901/2550 ฉบับเต็ม

#411402
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5901/2550 นางสาวสุมณี ราญรอนอริราช โจทก์ นางสุภา แซ่เตียว กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 169, มาตรา 386 การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้านั้น ป.พ.พ. มาตรา 169 บัญญัติว่า "การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา..." ถ้อยคำที่ว่าไปถึงผู้รับการแสดงเจตนานั้นมิได้หมายความว่า ผู้นำจดหมายไปส่งจะต้องได้พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง แต่หมายความว่า ผู้นำจดหมายไปส่งต้องไปส่ง ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนา แม้ขณะไปถึงภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนา จะไม่พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง ก็ถือว่าเป็นการส่งยังสถานที่ที่ถูกต้องแล้ว ดังนี้ การที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปส่งให้จำเลยที่ 2 ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 อันเป็นการส่งอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่พบจำเลยที่ 2 และไม่มีผู้ใดรับไว้ แต่ก็ถือได้ว่า หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ได้ไปถึงจำเลยที่ 2 และมีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ไปยังจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 855,000 บาท และค่าเสียหายอัตราเดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวดังกล่าวเสร็จ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เป็นไม่รับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 16/34 ถนนกรุงเทพ - นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร และส่งมอบตึกแถวดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 60,000 บาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวของโจทก์เสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1586 ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร และอาคารตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 16/34 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2520 นางสุภาและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเช่าตึกแถวดังกล่าวจากโจทก์มีกำหนดเวลา 19 ปี 10 เดือน ตกลงค่าเช่าเดือนละ 100 บาท การเช่าได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน แต่ในระหว่างอายุการเช่านางสุภาถึงแก่ความตายไป เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยที่ 2 ยังคงอยู่ในตึกแถวที่เช่า ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2543 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังจำเลยที่ 2 ทางไปรษณีย์แต่ส่งไม่ได้ โดยผลการส่งจดหมายระบุว่า "คนในบ้านไม่ยอมรับ" มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์แก่จำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์เป็นการแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 ให้ถือว่าการแสดงเจตนาดังกล่าวมีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา... จึงต้องหมายถึงการที่โจทก์ได้ส่งจดหมายการบอกเลิกสัญญาเช่าไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่กรณีกับโจทก์ แต่คดีนี้ปรากฏผลการส่งจดหมายบอกเลิกสัญญาเช่าว่า "คนในบ้านไม่ยอมรับ" จึงมิได้ไปถึงจำเลยที่ 2 โดยตรง การบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 บัญญัติว่า "การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา..." ถ้อยคำที่ว่าไปถึงผู้รับการแสดงเจตนานั้นมิได้หมายความว่า ผู้นำจดหมายไปส่งจะต้องได้พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง แต่หมายความว่าผู้นำจดหมายไปส่งต้องไปส่ง ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนา แม้ขณะไปถึงภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนานั้น จะไม่พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง ก็ถือว่าเป็นการส่งยังสถานที่ที่ถูกต้องแล้ว ดังนี้ การที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปส่งให้จำเลยที่ 2 ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 อันเป็นการส่งอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่พบจำเลยที่ 2 และไม่มีผู้ใดรับไว้ แต่ก็ถือได้ว่าหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ได้ไปถึงจำเลยที่ 2 และมีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ไปยังจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) ศาลแพ่ง - นายนพดล มณีนาค ศาลอุทธรณ์ - นายนพพร โพธิรังสิยากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.693/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4838/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2937/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411402
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายนพดล มณีนาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายนพพร โพธิรังสิยากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015273"
    }
}
date
2550
deka_no
5901/2550
deka_running_no
5901
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 169",
            "ม. 386"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวสุมณี ราญรอนอริราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุภา แซ่เตียว กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 855,000 บาท และค่าเสียหายอัตราเดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวดังกล่าวเสร็จ

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เป็นไม่รับฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 16/34 ถนนกรุงเทพ - นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร และส่งมอบตึกแถวดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 60,000 บาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวของโจทก์เสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1586 ตำบลบางซื่อ อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร และอาคารตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 16/34 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2520 นางสุภาและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเช่าตึกแถวดังกล่าวจากโจทก์มีกำหนดเวลา 19 ปี 10 เดือน ตกลงค่าเช่าเดือนละ 100 บาท การเช่าได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน แต่ในระหว่างอายุการเช่านางสุภาถึงแก่ความตายไป เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยที่ 2 ยังคงอยู่ในตึกแถวที่เช่า ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2543 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังจำเลยที่ 2 ทางไปรษณีย์แต่ส่งไม่ได้ โดยผลการส่งจดหมายระบุว่า "คนในบ้านไม่ยอมรับ" มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์แก่จำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์เป็นการแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 ให้ถือว่าการแสดงเจตนาดังกล่าวมีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา... จึงต้องหมายถึงการที่โจทก์ได้ส่งจดหมายการบอกเลิกสัญญาเช่าไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่กรณีกับโจทก์ แต่คดีนี้ปรากฏผลการส่งจดหมายบอกเลิกสัญญาเช่าว่า "คนในบ้านไม่ยอมรับ" จึงมิได้ไปถึงจำเลยที่ 2 โดยตรง การบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 บัญญัติว่า "การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา..." ถ้อยคำที่ว่าไปถึงผู้รับการแสดงเจตนานั้นมิได้หมายความว่า ผู้นำจดหมายไปส่งจะต้องได้พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง แต่หมายความว่าผู้นำจดหมายไปส่งต้องไปส่ง ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนา แม้ขณะไปถึงภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับการแสดงเจตนานั้น จะไม่พบผู้รับการแสดงเจตนาโดยตรง ก็ถือว่าเป็นการส่งยังสถานที่ที่ถูกต้องแล้ว ดังนี้ การที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปส่งให้จำเลยที่ 2 ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 อันเป็นการส่งอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่พบจำเลยที่ 2 และไม่มีผู้ใดรับไว้ แต่ก็ถือได้ว่าหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ได้ไปถึงจำเลยที่ 2 และมีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ไปยังจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4838/2545
primary_red_case_no
พ2937/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000670.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.693/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550