คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5138/2547 ฉบับเต็ม

#411436
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5138/2547 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ บริษัทเพชรมิตซู จำกัด ผู้ร้อง นายนพพร แผ้วสมุทร จำเลย ป.อ. มาตรา 36 เมื่อสัญญาเช่าซื้อครบกำหนดแล้ว ผู้ร้องยังคงให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถที่เช่าซื้อตลอดมาเป็นเวลาถึง 2 ปีเศษ โดยมิได้บอกเลิกสัญญา แต่ยังรับผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ตลอดมา ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องยินยอมให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถเพื่อให้ผู้ร้องยังคงได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างนั่นเอง ต่อเมื่อผู้ร้องทราบว่ารถที่เช่าซื้อถูกริบในคดีนี้จึงบอกเลิกสัญญาแก่ผู้เช่าซื้อ ซึ่งผู้ร้องสามารถใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนที่ขาดประโยชน์ตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อได้ แต่กลับมาใช้สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์ที่ถูกริบในคดีในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์แทน จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าผู้ร้องมุ่งประโยชน์จากการได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างจากผู้เช่าซื้อมากกว่าถือปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ให้เช่าซื้อ การร้องขอคืนของกลางของผู้ร้องในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 1 ปี ริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70 - 2572 เพชรบุรี ของกลาง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบในคดีดังกล่าว และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยกระทำความผิดขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อหรือจำเลย การกระทำของผู้ร้องเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า รถยนต์บรรทุกของกลางที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบในคดีนี้นั้น นางสาวพิมพา บัวสมุย ทำสัญญาเช่าซื้อจากผู้ร้องเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน รวม 45 งวด เริ่มตั้งแต่งวดแรกในเดือนธันวาคม 2538 ดังนั้น งวดสุดท้ายตามสัญญาเช่าซื้อในอีก 45 เดือนถัดมาคืองวดเดือนสิงหาคม 2542 รถยนต์บรรทุกของกลางใช้ขนส่งมะพร้าว โดยมีจำเลยเป็นลูกจ้างขับรถให้แก่นางสาวพิมพาผู้เช่าซื้อ ปรากฏว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวถูกยึดไว้จากการที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2544 อันเป็นเวลาหลังจากสัญญาเช่าซื้อครบกำหนดแล้วถึง 2 ปีเศษโดยผู้เช่าซื้อยังคงค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่ 350,000 บาท จากราคาค่าเช่าซื้อในส่วนที่ต้องผ่อนชำระทั้งสิ้น 1,350,000 บาท ซึ่งนางจิรา กลิ่นอ่อน ผู้รับมอบอำนาจของผู้ร้องเบิกความตอบคำถามค้านของผู้คัดค้านว่าตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2544 ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อมาโดยตลอดแต่ไม่ครบถ้วน ปี 2541 ถึงปี 2544 ชำระประมาณ 600,000 บาท จนถึงเดือนสิงหาคม 2544 คงค้างอยู่ 350,000 บาท เมื่อผู้ร้องทราบว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวถูกริบ ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญา แต่ยังมิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อครบกำหนดแล้ว ผู้ร้องยังคงให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถที่เช่าซื้อตลอดมาเป็นเวลาถึง 2 ปีเศษ โดยมิได้บอกเลิกสัญญา แต่ยังรับผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ตลอดมาย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องยินยอมให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถเพื่อให้ผู้ร้องยังคงได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างนั่นเอง ต่อเมื่อผู้ร้องทราบว่ารถที่เช่าซื้อถูกริบในคดีนี้จึงบอกเลิกสัญญาแก่ผู้เช่าซื้อ ซึ่งผู้ร้องสามารถใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนที่ขาดประโยชน์ตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อได้แต่กลับมาใช้สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์ที่ถูกริบในคดีในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์แทน จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าผู้ร้องมุ่งประโยชน์จากการได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างจากผู้เช่าซื้อมากกว่าการถือปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ให้เช่าซื้อ การร้องขอคืนของกลางของผู้ร้องในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (บุญรอด ตันประเสริฐ-พีรพล จันทร์สว่าง-สมชัย จึงประเสริฐ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411436
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038685"
    }
}
date
2547
deka_no
5138/2547
deka_running_no
5138
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "สมชัย จึงประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดแพร่"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเพชรมิตซู จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนพพร แผ้วสมุทร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 1 ปี ริบของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70 - 2572 เพชรบุรี ของกลาง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบในคดีดังกล่าว และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยกระทำความผิดขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อหรือจำเลย การกระทำของผู้ร้องเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า รถยนต์บรรทุกของกลางที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบในคดีนี้นั้น นางสาวพิมพา บัวสมุย ทำสัญญาเช่าซื้อจากผู้ร้องเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน รวม 45 งวด เริ่มตั้งแต่งวดแรกในเดือนธันวาคม 2538 ดังนั้น งวดสุดท้ายตามสัญญาเช่าซื้อในอีก 45 เดือนถัดมาคืองวดเดือนสิงหาคม 2542 รถยนต์บรรทุกของกลางใช้ขนส่งมะพร้าว โดยมีจำเลยเป็นลูกจ้างขับรถให้แก่นางสาวพิมพาผู้เช่าซื้อ ปรากฏว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวถูกยึดไว้จากการที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2544 อันเป็นเวลาหลังจากสัญญาเช่าซื้อครบกำหนดแล้วถึง 2 ปีเศษโดยผู้เช่าซื้อยังคงค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่ 350,000 บาท จากราคาค่าเช่าซื้อในส่วนที่ต้องผ่อนชำระทั้งสิ้น 1,350,000 บาท ซึ่งนางจิรา กลิ่นอ่อน ผู้รับมอบอำนาจของผู้ร้องเบิกความตอบคำถามค้านของผู้คัดค้านว่าตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2544 ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อมาโดยตลอดแต่ไม่ครบถ้วน ปี 2541 ถึงปี 2544 ชำระประมาณ 600,000 บาท จนถึงเดือนสิงหาคม 2544 คงค้างอยู่ 350,000 บาท เมื่อผู้ร้องทราบว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวถูกริบ ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญา แต่ยังมิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อครบกำหนดแล้ว ผู้ร้องยังคงให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถที่เช่าซื้อตลอดมาเป็นเวลาถึง 2 ปีเศษ โดยมิได้บอกเลิกสัญญา แต่ยังรับผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ตลอดมาย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องยินยอมให้ผู้เช่าซื้อครอบครองใช้รถเพื่อให้ผู้ร้องยังคงได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างนั่นเอง ต่อเมื่อผู้ร้องทราบว่ารถที่เช่าซื้อถูกริบในคดีนี้จึงบอกเลิกสัญญาแก่ผู้เช่าซื้อ ซึ่งผู้ร้องสามารถใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนที่ขาดประโยชน์ตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อได้แต่กลับมาใช้สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์ที่ถูกริบในคดีในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์แทน จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าผู้ร้องมุ่งประโยชน์จากการได้รับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างจากผู้เช่าซื้อมากกว่าการถือปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ให้เช่าซื้อ การร้องขอคืนของกลางของผู้ร้องในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000883.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547