คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2741/2544 ฉบับเต็ม

#41154
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2741/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นาย สำราญ รามอ้น จำเลย ป.อ. มาตรา 33, มาตรา 37 การเลี้ยงกุ้งกุลาดำมิใช่เป็นความผิดในตัวเองหากแต่จะมีความผิดเฉพาะเป็นการเข้าไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตที่มีคำสั่งห้ามเลี้ยงเท่านั้น จำเลยเลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่น้ำจืดในเขตที่มีคำสั่งห้ามเลี้ยงในช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวระยะเวลาที่ผ่อนผันให้เลี้ยง ฉะนั้น เครื่องสูบน้ำ ใบพัดพลาสติก และท่อเหล็กจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดมาแต่เริ่มแรก หากแต่ใช้จนเลยกำหนดระยะเวลาผ่อนผันไปบ้างเท่านั้น ที่ศาลล่างใช้ดุลพินิจไม่ริบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535มาตรา 4, 9, 98 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 37ริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าวและสั่งให้จำเลยส่งทรัพย์ที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 98วรรคหนึ่ง จำคุก 10 เดือน ปรับ 80,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 เดือน ปรับ40,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบทรัพย์นั้นเห็นสมควรไม่สั่งริบจึงให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการเขต 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายมีว่า ควรริบอุปกรณ์ที่จำเลยใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำหรือไม่ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า ควรริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเพื่อปิดโอกาสมิให้จำเลยได้กระทำความผิดซ้ำอีกต่อไปนั้น เห็นว่า การเลี้ยงกุ้งกุลาดำมิใช่เป็นการกระทำความผิดในตัวเอง หากแต่จะมีความผิดเฉพาะเป็นการเข้าไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตที่มีคำสั่งห้ามเลี้ยงเท่านั้น ฉะนั้นเครื่องสูบน้ำ, ใบพัดพลาสติก และท่อเหล็ก จึงมิใช่ทรัพย์ที่มีไว้ใช้เพื่อการกระทำความผิดซ้ำได้ด้วยตัวของทรัพย์เอง ประกอบกับจำเลยใช้ทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ริบดังกล่าวในช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่อนผันให้เลี้ยงได้ด้วย จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดมาแต่เริ่มแรก หากแต่ใช้จนเลยกำหนดระยะเวลาผ่อนผันไปบ้างเท่านั้น ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่ริบทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์สินที่มีไว้ใช้ในการกระทำความผิดท้ายฟ้องซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน (วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-พีรพล จันทร์สว่าง) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41154
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064936"
    }
}
date
2544
deka_no
2741/2544
deka_running_no
2741
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "พีรพล จันทร์สว่าง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33",
            "ม. 37"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สำราญ รามอ้น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535มาตรา 4, 9, 98 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 37ริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าวและสั่งให้จำเลยส่งทรัพย์ที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 98วรรคหนึ่ง จำคุก 10 เดือน ปรับ 80,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 เดือน ปรับ40,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบทรัพย์นั้นเห็นสมควรไม่สั่งริบจึงให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์

โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการเขต 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายมีว่า ควรริบอุปกรณ์ที่จำเลยใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำหรือไม่ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า ควรริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเพื่อปิดโอกาสมิให้จำเลยได้กระทำความผิดซ้ำอีกต่อไปนั้น เห็นว่า การเลี้ยงกุ้งกุลาดำมิใช่เป็นการกระทำความผิดในตัวเอง หากแต่จะมีความผิดเฉพาะเป็นการเข้าไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตที่มีคำสั่งห้ามเลี้ยงเท่านั้น ฉะนั้นเครื่องสูบน้ำ, ใบพัดพลาสติก และท่อเหล็ก จึงมิใช่ทรัพย์ที่มีไว้ใช้เพื่อการกระทำความผิดซ้ำได้ด้วยตัวของทรัพย์เอง ประกอบกับจำเลยใช้ทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ริบดังกล่าวในช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่อนผันให้เลี้ยงได้ด้วย จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดมาแต่เริ่มแรก หากแต่ใช้จนเลยกำหนดระยะเวลาผ่อนผันไปบ้างเท่านั้น ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่ริบทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์สินที่มีไว้ใช้ในการกระทำความผิดท้ายฟ้องซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001117.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544