คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4959/2547 ฉบับเต็ม

#411612
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4959/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา โจทก์ นายเบอร์ฮาทหรือเบอร์นาส เรดเลกเจอร์ จำเลย ป.อ. มาตรา 29, มาตรา 30, มาตรา 78, มาตรา 91, มาตรา 297 (8), มาตรา 371 ในความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 50 บาท แต่ ป.อ. มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 200 บาทต่อหนึ่งวัน ฉะนั้น การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นั้น เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยแก้เป็นว่า "...ปรับ 50 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 แต่ประการเดียว..." ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 297, 371 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (ที่ถูก 297 (8)), 371 เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 4 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับ 100 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี และปรับ 50 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยใช้อาวุธมีดพับปลายแหลมที่ติดตัวไปแทงบริเวณชายโครงด้านซ้าย ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของผู้เสียหาย 1 ครั้ง คมมีดถูกไตได้รับบาดเจ็บ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ต้องใช้ระยะเวลารักษาบาดแผลประมาณ 60 วัน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยนับว่าร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและเสียหายไม่ติดใจเอาความแล้วก็ตาม ไม่เพียงพอที่จะถือเป็นเหตุปรานีเพื่อรอการลงโทษ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยก่อนลดโทษให้มีกำหนด 4 ปี หนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่สภาพความผิด ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน อนึ่ง ในความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 50 บาท แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 200 บาท ต่อหนึ่งวัน ฉะนั้น การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นั้น เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุกจำเลย 2 ปี เมื่อรวมกับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 100 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี ปรับ 50 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 แต่ประการเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 (ชวลิต ตุลยสิงห์-พิชิต คำแฝง-ขวัญชัย ปิ่นรอด) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411612
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038796"
    }
}
date
2547
deka_no
4959/2547
deka_running_no
4959
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "ขวัญชัย ปิ่นรอด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 29",
            "ม. 30",
            "ม. 78",
            "ม. 91",
            "ม. 297 (8)",
            "ม. 371"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเบอร์ฮาทหรือเบอร์นาส เรดเลกเจอร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 297, 371 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (ที่ถูก 297 (8)), 371 เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 4 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับ 100 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี และปรับ 50 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยใช้อาวุธมีดพับปลายแหลมที่ติดตัวไปแทงบริเวณชายโครงด้านซ้าย ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของผู้เสียหาย 1 ครั้ง คมมีดถูกไตได้รับบาดเจ็บ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ต้องใช้ระยะเวลารักษาบาดแผลประมาณ 60 วัน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยนับว่าร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและเสียหายไม่ติดใจเอาความแล้วก็ตาม ไม่เพียงพอที่จะถือเป็นเหตุปรานีเพื่อรอการลงโทษ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยก่อนลดโทษให้มีกำหนด 4 ปี หนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่สภาพความผิด ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง ในความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 50 บาท แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 200 บาท ต่อหนึ่งวัน ฉะนั้น การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นั้น เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุกจำเลย 2 ปี เมื่อรวมกับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 100 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี ปรับ 50 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 แต่ประการเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000884.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547