คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2544 ฉบับเต็ม

#41166
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2544 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ เด็กหญิง........... กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 74 ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 13 ปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด มีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูงไม่เกิน2 ปี เมื่อขณะจำเลยยื่นฎีกา จำเลยมีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตามมาตรา 74(5) แต่ศาลฎีกาให้ดำเนินการตามมาตรา 74 ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลย โดยมอบตัวจำเลยให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถดูแลจำเลยได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยหลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6(1),7 ทวิ, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 และริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 มีอายุ 13 ปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยที่ 1ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีมีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูงไม่เกิน 2 ปี ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอายุ 13 ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74 แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูงไม่เกิน 2 ปี ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 มีอายุครบ 18 ปีแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) ให้อำนาจศาลที่จะส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมหรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนดแต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี แต่ในระหว่างยื่นฎีกาจำเลยที่ 1 มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลยังจะส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อขณะจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา จำเลยที่ 1 มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น แต่สมควรที่จะดำเนินการแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ 1 โดยเห็นว่าควรมอบตัวจำเลยที่ 1 ให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถดูแลจำเลยที่ 1 ได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยที่ 1 หลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ 1รับตัวจำเลยที่ 1 ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ 1ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 1 ฟัง หากจำเลยที่ 1 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาอีกมารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ 1จะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ 1,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี ห้ามจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดกับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 1เห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง และให้คืนธนบัตรล่อซื้อ 2,000 บาทแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 (สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-ยงยศ นิสภัครกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41166
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064716"
    }
}
date
2544
deka_no
2866/2544
deka_running_no
2866
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 74"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เด็กหญิง........... กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6(1),7 ทวิ, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 และริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 มีอายุ 13 ปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยที่ 1ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีมีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูงไม่เกิน 2 ปี ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอายุ 13 ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74 แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี มีกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี และขั้นสูงไม่เกิน 2 ปี ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 มีอายุครบ 18 ปีแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) ให้อำนาจศาลที่จะส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมหรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนดแต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี แต่ในระหว่างยื่นฎีกาจำเลยที่ 1 มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลยังจะส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อขณะจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา จำเลยที่ 1 มีอายุครบสิบแปดปีแล้ว ศาลจึงไม่อาจส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น แต่สมควรที่จะดำเนินการแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ประการอื่นที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ 1 โดยเห็นว่าควรมอบตัวจำเลยที่ 1 ให้มารดาหรือผู้ปกครองซึ่งยังสามารถดูแลจำเลยที่ 1 ได้ไป โดยวางข้อกำหนดให้มารดาหรือผู้ปกครองปฏิบัติตามและเพื่อให้จำเลยที่ 1 หลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ด้วย"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ 1รับตัวจำเลยที่ 1 ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ 1ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 1 ฟัง หากจำเลยที่ 1 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาอีกมารดาหรือผู้ปกครองจำเลยที่ 1จะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ 1,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี ห้ามจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดกับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 1เห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง และให้คืนธนบัตรล่อซื้อ 2,000 บาทแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001115.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544