คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6542/2547 ฉบับเต็ม

#411688
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6542/2547 พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ นายหัสเดชะ วงศ์ปุ่น กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 67 ในวันที่ 14 กันยายน 2544 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน แล้วไม่รอฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาให้เพียงถึงวันที่ 21 กันยายน 2544 มิใช่ระยะเวลา 1 เดือนตามที่ขออันเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยที่ 1 กรณีไม่มีพฤติการณ์พิเศษ และการที่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดวันที่ 21 กันยายน 2544 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังกล่าว แต่กลับมายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเพื่อให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 1 เดือน เมื่อภายหลังระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้หมดสิ้นไปแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อ้างเหตุสุดวิสัยไว้ด้วย จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2544 ต่อมา วันที่ 14 กันยายน 2544 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน อ้างว่าเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายความยื่นอุทธรณ์ แต่ไม่สามารถจะกระทำได้ทันภายในกำหนดเพราะเวลากระชั้นชิดและยังไม่ได้เอกสารต่างๆ ตลอดจนคำพิพากษาซึ่งจะต้องใช้ในการเรียบเรียงอุทธรณ์และประกอบการยื่นอุทธรณ์ ทั้งทนายจำเลยที่ 1 มีภาระต้องเรียบเรียงอุทธรณ์คดีอื่นอยู่อีกหลายคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2544 และได้พิมพ์คำพิพากษาเสร็จภายหลังการอ่านคำพิพากษา หากจำเลยที่ 1 สนใจที่จะขอคัดหรือถ่ายก็สามารถทำได้ตั้งแต่ภายหลังการอ่านคำพิพากษาแล้ว กรณียังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงให้จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 21 กันยายน 2544 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้ไปติดต่อทนายจำเลยที่ 1 และนำเอกสารต่างๆ ตามที่ทนายจำเลยที่ 1 ต้องการไปมอบให้ทนายจำเลยที่ 1 แล้ว และทนายจำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ให้ ให้จำเลยที่ 1 รอไปจนกว่าจะมีหมายศาลเรียกไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 ไม่เคยบอกเกี่ยวกับระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จนกระทั่งจำเลยที่ 1 ได้ทราบจากทนายจำเลยที่ 1 ว่า ทนายจำเลยที่ 1 ได้ไปขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตยื่นอุทธรณ์ไม่ได้แล้ว จำเลยที่ 1 จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นได้รับแจ้งว่าเหตุที่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ก็เพราะความผิดพลาดของทนายจำเลยที่ 1 ที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้วไม่รอฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตให้ตามที่ขอหรือไม่ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของทนายจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไว้วางใจในความเป็นผู้มีความรู้และประกอบวิชาชีพทนายความ เชื่อได้ว่าจะดูแลรักษาสิทธิให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงมิได้ติดตามดูแลรักษาสิทธิด้วยตนเองจึงเป็นพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ตามที่ขอไว้นั้น เห็นว่าการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามคำร้องลงวันที่ 14 กันยายน 2544 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 21 กันยายน 2544 แม้จะน้อยกว่าระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ขอมา ก็ไม่เป็นเหตุที่จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ให้ขยายเวลาต่อไปได้อีก ทั้งพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นอ้างในฎีกาก็เป็นความบกพร่องของทนายจำเลยที่ 1 เอง กรณีไม่มีพฤติการณ์พิเศษ และการที่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดวันที่ 21 กันยายน 2544 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังกล่าว แต่กลับมายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 1 เดือน เมื่อภายหลังจากระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้หมดสิ้นไปแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อ้างเหตุสุดวิสัยไว้ด้วย จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-สุเทพ เจตนาการณ์กุล-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411688
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038123"
    }
}
date
2547
deka_no
6542/2547
deka_running_no
6542
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 67"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหัสเดชะ วงศ์ปุ่น กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2544 ต่อมา วันที่ 14 กันยายน 2544 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน อ้างว่าเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายความยื่นอุทธรณ์ แต่ไม่สามารถจะกระทำได้ทันภายในกำหนดเพราะเวลากระชั้นชิดและยังไม่ได้เอกสารต่างๆ ตลอดจนคำพิพากษาซึ่งจะต้องใช้ในการเรียบเรียงอุทธรณ์และประกอบการยื่นอุทธรณ์ ทั้งทนายจำเลยที่ 1 มีภาระต้องเรียบเรียงอุทธรณ์คดีอื่นอยู่อีกหลายคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2544 และได้พิมพ์คำพิพากษาเสร็จภายหลังการอ่านคำพิพากษา หากจำเลยที่ 1 สนใจที่จะขอคัดหรือถ่ายก็สามารถทำได้ตั้งแต่ภายหลังการอ่านคำพิพากษาแล้ว กรณียังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงให้จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 21 กันยายน 2544

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้ไปติดต่อทนายจำเลยที่ 1 และนำเอกสารต่างๆ ตามที่ทนายจำเลยที่ 1 ต้องการไปมอบให้ทนายจำเลยที่ 1 แล้ว และทนายจำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ให้ ให้จำเลยที่ 1 รอไปจนกว่าจะมีหมายศาลเรียกไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 ไม่เคยบอกเกี่ยวกับระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จนกระทั่งจำเลยที่ 1 ได้ทราบจากทนายจำเลยที่ 1 ว่า ทนายจำเลยที่ 1 ได้ไปขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตยื่นอุทธรณ์ไม่ได้แล้ว จำเลยที่ 1 จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นได้รับแจ้งว่าเหตุที่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ก็เพราะความผิดพลาดของทนายจำเลยที่ 1 ที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้วไม่รอฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตให้ตามที่ขอหรือไม่ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของทนายจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไว้วางใจในความเป็นผู้มีความรู้และประกอบวิชาชีพทนายความ เชื่อได้ว่าจะดูแลรักษาสิทธิให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงมิได้ติดตามดูแลรักษาสิทธิด้วยตนเองจึงเป็นพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ตามที่ขอไว้นั้น เห็นว่าการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามคำร้องลงวันที่ 14 กันยายน 2544 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 21 กันยายน 2544 แม้จะน้อยกว่าระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ขอมา ก็ไม่เป็นเหตุที่จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ให้ขยายเวลาต่อไปได้อีก ทั้งพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นอ้างในฎีกาก็เป็นความบกพร่องของทนายจำเลยที่ 1 เอง กรณีไม่มีพฤติการณ์พิเศษ และการที่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดวันที่ 21 กันยายน 2544 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังกล่าว แต่กลับมายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 1 เดือน เมื่อภายหลังจากระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้หมดสิ้นไปแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อ้างเหตุสุดวิสัยไว้ด้วย จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000878.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547