คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6709/2547 ฉบับเต็ม

#411689
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6709/2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์แม็กซ์ จำกัด โจทก์ นางสาวอุทัยวรรณ วงษ์โอภาสี ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายกมล วงษ์โอภาสี กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 226, มาตรา 236 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องเนื่องด้วยเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้อง โดยเห็นว่าอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 14 มีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 14 ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2545 ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2545 ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 47/2545 ของศาลชั้นต้นที่เป็นสำนวนหลักของคดีนี้ได้ยื่นคำร้องว่า เดิมผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ยกคำร้องเพื่อขอให้หมายเรียกพยานของโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1 ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ ต่อมาผู้คัดค้านมีคำสั่งนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก และนัดสอบสวนเจ้าหนี้รายที่ 1 ก่อนวันนัดฟังคำสั่ง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเลื่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกและนัดสอบสวนเจ้าหนี้รายที่ 1 ออกไปก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องด้วยเหตุผลว่าเป็นอำนาจของผู้คัดค้าน ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องเนื่องด้วยเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องโดยเห็นว่าอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 มีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง (บรรหาร มูลทวี-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-สุพัฒน์ บุญยุบล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411689
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038111"
    }
}
date
2547
deka_no
6709/2547
deka_running_no
6709
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "บรรหาร มูลทวี",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 226",
            "ม. 236"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์แม็กซ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวอุทัยวรรณ วงษ์โอภาสี"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกมล วงษ์โอภาสี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2545 ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2545 ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 47/2545 ของศาลชั้นต้นที่เป็นสำนวนหลักของคดีนี้ได้ยื่นคำร้องว่า เดิมผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ยกคำร้องเพื่อขอให้หมายเรียกพยานของโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1 ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ ต่อมาผู้คัดค้านมีคำสั่งนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก และนัดสอบสวนเจ้าหนี้รายที่ 1 ก่อนวันนัดฟังคำสั่ง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเลื่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกและนัดสอบสวนเจ้าหนี้รายที่ 1 ออกไปก่อน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องด้วยเหตุผลว่าเป็นอำนาจของผู้คัดค้าน

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องเนื่องด้วยเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องโดยเห็นว่าอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 มีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000878.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547