คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7525/2547 ฉบับเต็ม

#411751
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7525/2547 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายศุภชัยหรือปู คงแก้วขาว กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 62 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ใบแต่งทนายความให้อำนาจทนายจำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย ทนายจำเลยจึงสามารถลงชื่อในคำฟ้องฎีกาแทนจำเลยได้โดยไม่ต้องสอบถามจำเลยก่อน ข้ออ้างของทนายจำเลยที่ว่า หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วจำเลยไม่เคยมาติดต่อทนายจำเลย ทำให้ไม่ทราบว่าจำเลยประสงค์จะว่าจ้างให้เป็นทนายความในชั้นฎีกาอีกต่อไปหรือไม่นั้น ข้ออ้างด้งกล่าวเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของทนายจำเลยเอง ไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษอันจะพึงขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 335, 357 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เพื่อให้โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 คงจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ริบไขควงและประแจปากตายของกลาง ยกฟ้องฐานรับของโจร จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ทนายจำเลยที่ 3 ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา โดยอ้างว่าหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 แล้ว จำเลยที่ 3 ยังไม่เคยมาติดต่อทนายจำเลยที่ 3 จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยที่ 3 ยังมีความประสงค์ที่จะว่าจ้างให้เป็นทนายความในชั้นฎีกาต่อไปหรือไม่ จึงขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาอีก 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้องขอ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีเหตุสมควรขยายระยะเวลาฎีกาให้จำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 3 แต่งตั้งให้นายธีรศักดิ์ เพชรเรืองสด เป็นทนายความ โดยใบแต่งทนายความลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2543 ให้อำนาจนายธีรศักดิ์ทนายจำเลยที่ 3 ใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย ทนายจำเลยที่ 3 จึงสามารถลงชื่อในคำฟ้องฎีกาแทนจำเลยที่ 3 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โดยไม่จำต้องรอสอบถามจำเลยที่ 3 ก่อนแต่อย่างใด ข้ออ้างของทนายจำเลยที่ 3 ตามคำร้องที่ว่า หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 แล้ว จำเลยที่ 3 ไม่เคยมาติดต่อทนายจำเลยที่ 3 ทำให้ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 3 ประสงค์จะว่าจ้างให้เป็นทนายความในชั้นฎีกาอีกต่อไปหรือไม่นั้น บ่งแสดงว่าทนายจำเลยที่ 3 จะยื่นฎีกาให้จำเลยที่ 3 ต่อเมื่อจำเลยที่ 3 ตกลงให้ค่าว่าจ้างทนายความในการยื่นฎีกาเสียก่อน ข้ออ้างดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของทนายจำเลยที่ 3 เอง หาใช่พฤติการณ์พิเศษอันจะพึงขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลยที่ 3 ได้ไม่ ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอและศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สดศรี สัตยธรรม-จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411751
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037559"
    }
}
date
2547
deka_no
7525/2547
deka_running_no
7525
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สดศรี สัตยธรรม",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 62"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศุภชัยหรือปู คงแก้วขาว กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 335, 357

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เพื่อให้โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 คงจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ริบไขควงและประแจปากตายของกลาง ยกฟ้องฐานรับของโจร

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

ทนายจำเลยที่ 3 ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา โดยอ้างว่าหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 แล้ว จำเลยที่ 3 ยังไม่เคยมาติดต่อทนายจำเลยที่ 3 จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยที่ 3 ยังมีความประสงค์ที่จะว่าจ้างให้เป็นทนายความในชั้นฎีกาต่อไปหรือไม่ จึงขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาอีก 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้องขอ

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีเหตุสมควรขยายระยะเวลาฎีกาให้จำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 3 แต่งตั้งให้นายธีรศักดิ์ เพชรเรืองสด เป็นทนายความ โดยใบแต่งทนายความลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2543 ให้อำนาจนายธีรศักดิ์ทนายจำเลยที่ 3 ใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย ทนายจำเลยที่ 3 จึงสามารถลงชื่อในคำฟ้องฎีกาแทนจำเลยที่ 3 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โดยไม่จำต้องรอสอบถามจำเลยที่ 3 ก่อนแต่อย่างใด ข้ออ้างของทนายจำเลยที่ 3 ตามคำร้องที่ว่า หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 แล้ว จำเลยที่ 3 ไม่เคยมาติดต่อทนายจำเลยที่ 3 ทำให้ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 3 ประสงค์จะว่าจ้างให้เป็นทนายความในชั้นฎีกาอีกต่อไปหรือไม่นั้น บ่งแสดงว่าทนายจำเลยที่ 3 จะยื่นฎีกาให้จำเลยที่ 3 ต่อเมื่อจำเลยที่ 3 ตกลงให้ค่าว่าจ้างทนายความในการยื่นฎีกาเสียก่อน ข้ออ้างดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของทนายจำเลยที่ 3 เอง หาใช่พฤติการณ์พิเศษอันจะพึงขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลยที่ 3 ได้ไม่ ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอและศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000873.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547