คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2958/2544 ฉบับเต็ม

#41177
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2958/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว เบญจวรรณ ว่องวิทยา ผู้ร้อง นาย สมศักดิ์หรือแก้ว จิรศรีธนอนันต์ จำเลย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 30, มาตรา 31 ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ผู้ร้องทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนจำเลยประกอบอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถและซ่อมเครื่องเสียงที่บ้าน ผู้ร้องอ้างว่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางให้จำเลยเพื่อใช้รับส่งลูกไปโรงเรียนซึ่งโดยสภาพของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถขนาดใหญ่ไม่เหมาะที่ผู้ร้องจะใช้งานแสดงว่าผู้ร้องมอบรถจักรยานยนต์ให้จำเลยใช้ในลักษณะเป็นเจ้าของ ประกอบกับจำเลยมีพฤติกรรมจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาก่อนแต่เพิ่งถูกจับกุมในคดีนี้เป็นครั้งแรก จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องจะไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยจะนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งริบรถจักรยานยนต์นั้นชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีนี้เจ้าพนักงานยึดรถจักรยานยนต์ซูซูกิสีน้ำเงิน - ขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร4 ว - 3324 จำนวน 1 คัน อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยใช้ขับไปติดต่อนำยาเสพติดให้โทษไปส่งให้แก่ผู้ซื้อ และใช้ในการวางแผนส่งมอบยาเสพติดให้โทษให้แก่ลูกค้าเป็นของกลาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 และ 31 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ขอให้ศาลมีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นอย่างน้อยสองวันติดต่อกัน เพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลยประกอบอาชีพซ่อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำเลยถูกจับขณะขับรถจักรยานยนต์ของกลางไปซื้ออะไหล่รถยนต์ ไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดและผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำพิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องมีเหตุตามกฎหมายที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสผู้ร้องทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนจำเลยประกอบอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถและซ่อมเครื่องเสียงที่บ้าน ผู้ร้องอ้างว่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางให้จำเลยเพื่อใช้รับส่งลูกไปโรงเรียนซึ่งโดยสภาพของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถขนาดใหญ่ ไม่เหมาะที่ผู้ร้องจะใช้งาน แสดงว่าผู้ร้องมอบรถจักรยานยนต์ให้จำเลยใช้ในลักษณะเป็นเจ้าของ ประกอบกับก่อนที่ร้อยตำรวจเอกสถาพรจะจับกุมจำเลย จำเลยมีพฤติกรรมจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาก่อน แต่เพิ่งถูกจับกุมในคดีนี้เป็นครั้งแรก จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องจะไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยจะนำรถจักรยานยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลล่างทั้งสองสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 โดยไม่คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-วิเทพ ศิริพากย์-มงคล ทับเที่ยง) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41177
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064608"
    }
}
date
2544
deka_no
2958/2544
deka_running_no
2958
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "มงคล ทับเที่ยง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาว เบญจวรรณ ว่องวิทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สมศักดิ์หรือแก้ว จิรศรีธนอนันต์"
    }
]
long_text
โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีนี้เจ้าพนักงานยึดรถจักรยานยนต์ซูซูกิสีน้ำเงิน - ขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร4 ว - 3324 จำนวน 1 คัน อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยใช้ขับไปติดต่อนำยาเสพติดให้โทษไปส่งให้แก่ผู้ซื้อ และใช้ในการวางแผนส่งมอบยาเสพติดให้โทษให้แก่ลูกค้าเป็นของกลาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 และ 31 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ขอให้ศาลมีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นอย่างน้อยสองวันติดต่อกัน เพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีแล้ว

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลยประกอบอาชีพซ่อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำเลยถูกจับขณะขับรถจักรยานยนต์ของกลางไปซื้ออะไหล่รถยนต์ ไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดและผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำพิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องมีเหตุตามกฎหมายที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสผู้ร้องทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนจำเลยประกอบอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถและซ่อมเครื่องเสียงที่บ้าน ผู้ร้องอ้างว่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางให้จำเลยเพื่อใช้รับส่งลูกไปโรงเรียนซึ่งโดยสภาพของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถขนาดใหญ่ ไม่เหมาะที่ผู้ร้องจะใช้งาน แสดงว่าผู้ร้องมอบรถจักรยานยนต์ให้จำเลยใช้ในลักษณะเป็นเจ้าของ ประกอบกับก่อนที่ร้อยตำรวจเอกสถาพรจะจับกุมจำเลย จำเลยมีพฤติกรรมจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาก่อน แต่เพิ่งถูกจับกุมในคดีนี้เป็นครั้งแรก จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องจะไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยจะนำรถจักรยานยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลล่างทั้งสองสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 โดยไม่คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001114.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544