คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8044/2547 ฉบับเต็ม

#411893
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8044/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายจรูญ ชื่นเจริญ จำเลย ป.อ. มาตรา 22 คำฟ้องของโจทก์ เดิมบรรยายว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยแล้ว จำเลยรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าเกิดจากการพิมพ์ผิดพลาด จึงขอแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้นและขอแก้ไขในส่วนคำขอท้ายฟ้องที่ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต สำเนาให้จำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยโต้แย้งหรือคัดค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่นย่อมถือได้ว่า จำเลยรับในข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้นตามที่โจทก์อ้างมาในคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องแล้ว เพราะเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่จำเลยเคยรับข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมาแล้วซึ่งต่อมาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและเงิน 1,100 บาท (ที่ถูก 1,190 บาท) ของกลาง เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษรวมสองคดีตามฟ้องกับรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 97 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นริบเมทแอมเฟตามีนและเงินสด 1,100 บาท (ที่ถูก 1,190 บาท) ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก 15 วรรคหนึ่ง (เดิม)), 66 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษกระทงละกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นและไม่ริบเงินสดจำนวน 1,190 บาท ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ เดิมบรรยายว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้นซึ่งต่อมาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นเคยสอบถามจำเลยแล้วจำเลยรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2544 ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าเกิดจากการพิมพ์ผิดพลาด จึงขอแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น และขอแก้ไขในส่วนคำขอท้ายฟ้องที่ขอนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตสำเนาให้จำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยโต้แย้งหรือคัดค้านให้เป็นเป็นอย่างอื่น ย่อมถือได้ว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น ตามที่โจทก์อ้างมาในคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องด้วย เพราะเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่จำเลยเคยรับข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (เรวัตร อิศราภรณ์-สบโชค สุขารมณ์-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411893
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037212"
    }
}
date
2547
deka_no
8044/2547
deka_running_no
8044
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจรูญ ชื่นเจริญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและเงิน 1,100 บาท (ที่ถูก 1,190 บาท) ของกลาง เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษรวมสองคดีตามฟ้องกับรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 97 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นริบเมทแอมเฟตามีนและเงินสด 1,100 บาท (ที่ถูก 1,190 บาท) ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก 15 วรรคหนึ่ง (เดิม)), 66 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษกระทงละกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นและไม่ริบเงินสดจำนวน 1,190 บาท ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ เดิมบรรยายว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้นซึ่งต่อมาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นเคยสอบถามจำเลยแล้วจำเลยรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2544 ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าเกิดจากการพิมพ์ผิดพลาด จึงขอแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น และขอแก้ไขในส่วนคำขอท้ายฟ้องที่ขอนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 524/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตสำเนาให้จำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยโต้แย้งหรือคัดค้านให้เป็นเป็นอย่างอื่น ย่อมถือได้ว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5924/2543 ของศาลชั้นต้น ตามที่โจทก์อ้างมาในคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องด้วย เพราะเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่จำเลยเคยรับข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4738/2544 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000870.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547