คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2547 ฉบับเต็ม

#411907
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2547 นายดักลาส ราล์ฟ ดอกเคอร์ โจทก์ นางศิริลักษณ์ เวนคูเซน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ แต่โจทก์เป็นฝ่ายลาออกเองและการลาออกของโจทก์เป็นการกระทำผิดสัญญาจ้างเพราะไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทราบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาในการเลิกสัญญาจ้างกัน หากเป็นความจริงดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ และการที่โจทก์ลาออกมีผลในวันนั้นเลย ทำให้จำเลยไม่สามารถหาครูมาสอนนักเรียนแทนโจทก์ได้ทัน จำเลยได้รับความเสียหาย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณารวมกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ทำผิดและจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 40,000 บาท ค่าเสียหาย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าชดเชย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ลาออกเอง จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้เงินตามที่โจทก์ฟ้อง แต่การที่โจทก์ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 และให้มีผลในวันนั้นเลยเป็นการผิดสัญญาจ้างทำให้จำเลยไม่สามารถหาครูคนอื่นมาสอนนักเรียนแทนโจทก์ได้ทัน จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 352,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันลาออกจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์แต่โจทก์เป็นฝ่ายลาออกเอง และการลาออกของโจทก์เป็นการกระทำผิดสัญญาจ้าง เพราะมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทราบล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาในการเลิกสัญญาจ้างกัน หากความจริงเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ แต่โจทก์กลับต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าเสียหายให้แก่จำเลยเพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับฟ้องแย้งไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลย (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-ปัญญา สุทธิบดี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411907
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037333"
    }
}
date
2547
deka_no
7843/2547
deka_running_no
7843
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายดักลาส ราล์ฟ ดอกเคอร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางศิริลักษณ์ เวนคูเซน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ทำผิดและจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 40,000 บาท ค่าเสียหาย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าชดเชย 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ลาออกเอง จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้เงินตามที่โจทก์ฟ้อง แต่การที่โจทก์ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 และให้มีผลในวันนั้นเลยเป็นการผิดสัญญาจ้างทำให้จำเลยไม่สามารถหาครูคนอื่นมาสอนนักเรียนแทนโจทก์ได้ทัน จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 352,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันลาออกจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์แต่โจทก์เป็นฝ่ายลาออกเอง และการลาออกของโจทก์เป็นการกระทำผิดสัญญาจ้าง เพราะมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทราบล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาในการเลิกสัญญาจ้างกัน หากความจริงเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ แต่โจทก์กลับต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าเสียหายให้แก่จำเลยเพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับฟ้องแย้งไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000871.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547