คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5448/2547 ฉบับเต็ม

#411909
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5448/2547 นายสุขวัฒน์ เอื้อฤาชา โจทก์ นายปรีชา พุกประเสริฐ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 จำเลยทั้งสามอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง จำเลยทั้งสามทราบวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่ขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้งดสืบพยานจำเลย เมื่อจำเลยไม่นำพยานมาสืบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนอนาถา ให้จำเลยทั้งสามนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วันนั้น เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของจำเลยทั้งสามแล้วว่า จำเลยทั้งสามไม่ใช่คนอนาถา จะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยโดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดชำระเงินบางส่วน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง ถึงวันนัดผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามทราบวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่ร้องขอเลื่อนคดี ให้งดสืบพยานจำเลย ส่วนโจทก์รับสำเนาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้วไม่มาศาลและไม่ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจคัดค้านคดีไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐานจำเลยและพยานหลักฐานโจทก์ต่อไปและเมื่อจำเลยทั้งสามไม่นำพยานมาสืบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนอนาถา ให้จำเลยทั้งสามนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถือว่าจำเลยทั้งสามได้ทราบคำสั่ง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งว่า ในวันนัดไต่สวนคำร้องดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายและยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความคนใหม่ ศาลควรให้โอกาสแก่จำเลยทั้งสามแต่งตั้งทนายเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เพื่อไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสาม ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งทั้งหมด หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสามทราบวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่ร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้งดสืบพยานจำเลย เมื่อจำเลยไม่นำพยานมาสืบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนอนาถา ให้จำเลยทั้งสามนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วันนั้น เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของจำเลยทั้งสามแล้วว่า จำเลยทั้งสามไม่ใช่คนอนาถาจะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสามไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยทั้งสามมานั้นจึงไม่ชอบ" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสาม (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สมศักดิ์ เนตรมัย-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411909
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038460"
    }
}
date
2547
deka_no
5448/2547
deka_running_no
5448
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุขวัฒน์ เอื้อฤาชา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายปรีชา พุกประเสริฐ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยโดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดชำระเงินบางส่วน

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง ถึงวันนัดผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามทราบวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่ร้องขอเลื่อนคดี ให้งดสืบพยานจำเลย ส่วนโจทก์รับสำเนาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้วไม่มาศาลและไม่ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจคัดค้านคดีไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐานจำเลยและพยานหลักฐานโจทก์ต่อไปและเมื่อจำเลยทั้งสามไม่นำพยานมาสืบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนอนาถา ให้จำเลยทั้งสามนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถือว่าจำเลยทั้งสามได้ทราบคำสั่ง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งว่า ในวันนัดไต่สวนคำร้องดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายและยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความคนใหม่ ศาลควรให้โอกาสแก่จำเลยทั้งสามแต่งตั้งทนายเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เพื่อไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสาม

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งทั้งหมด หากจำเลยทั้งสามประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสามทราบวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่ร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้งดสืบพยานจำเลย เมื่อจำเลยไม่นำพยานมาสืบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนอนาถา ให้จำเลยทั้งสามนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วันนั้น เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของจำเลยทั้งสามแล้วว่า จำเลยทั้งสามไม่ใช่คนอนาถาจะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสามไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยทั้งสามมานั้นจึงไม่ชอบ"

พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสาม
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000881.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547