คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2547 ฉบับเต็ม

#411974
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2547 นายฝั่น สีสินธ์ ผู้ร้อง นายอำคา สีสินธ์หรือศรีศิลป์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1713 ป.วิ.พ. มาตรา 42 สิทธิในการร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านการขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ยื่นคำร้องและของผู้ยื่นคำคัดค้าน หากผู้ยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านไว้แล้ว ต่อมาถึงแก่ความตาย สิทธินั้นไม่ตกไปยังทายาท เมื่อปรากฎว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องและผู้คัดค้านถึงแก่กรรมทั้งคู่ สิทธิของผู้ร้องในการยื่นคำร้องและสิทธิของผู้คัดค้านในการยื่นคำคัดค้านจึงเป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้ร้องและผู้คัดค้าน ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายฝั่น สีสินธ์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายจันทร์ สีสินธ์หรือศิลป์ ผู้ตาย ต่อมานายอำคา สีสินธ์หรือศรีศิลป์ ผู้คัดค้านได้มายื่นคำร้องขอว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรผู้ตายมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายแต่ผู้เดียวขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายคนใหม่แทน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทนผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามท้องสำนวนว่าในวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นางทองไร่ สีสินธ์ ภริยาของผู้คัดค้านมาศาลได้แถลงประกอบกับเสนอหลักฐานมรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านต่อศาลว่า ผู้คัดค้านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 และทนายผู้ร้องแถลงว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 เช่นกัน ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณา เห็นว่า สิทธในการร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก็ดี การคัดค้านการขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก็ดี เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ยื่นคำร้องและของผู้ยื่นคำคัดค้าน หากผู้ยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านไว้แล้ว ต่อมาถึงความตาย สิทธินั้นไม่ตกไปยังทายาท เมื่อปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องและผู้คัดค้านถึงแก่กรรมทั้งคู่สิทธิของผู้ร้องในการยื่นคำร้องและสิทธิของผู้คัดค้านในการยื่นคำคัดค้านจึงเป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้ร้องและผู้คัดค้าน จึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไป" จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411974
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039900"
    }
}
date
2547
deka_no
3369/2547
deka_running_no
3369
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1713"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายฝั่น สีสินธ์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายอำคา สีสินธ์หรือศรีศิลป์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายฝั่น สีสินธ์ ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายจันทร์ สีสินธ์หรือศิลป์ ผู้ตาย ต่อมานายอำคา สีสินธ์หรือศรีศิลป์ ผู้คัดค้านได้มายื่นคำร้องขอว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรผู้ตายมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายแต่ผู้เดียวขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายคนใหม่แทน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทนผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามท้องสำนวนว่าในวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นางทองไร่ สีสินธ์ ภริยาของผู้คัดค้านมาศาลได้แถลงประกอบกับเสนอหลักฐานมรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านต่อศาลว่า ผู้คัดค้านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 และทนายผู้ร้องแถลงว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 เช่นกัน ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณา เห็นว่า สิทธในการร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก็ดี การคัดค้านการขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก็ดี เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ยื่นคำร้องและของผู้ยื่นคำคัดค้าน หากผู้ยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านไว้แล้ว ต่อมาถึงความตาย สิทธินั้นไม่ตกไปยังทายาท เมื่อปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องและผู้คัดค้านถึงแก่กรรมทั้งคู่สิทธิของผู้ร้องในการยื่นคำร้องและสิทธิของผู้คัดค้านในการยื่นคำคัดค้านจึงเป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้ร้องและผู้คัดค้าน จึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไป"

จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000894.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547