คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8333/2547 ฉบับเต็ม

#411987
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8333/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายแสวง ราชรินทร์ จำเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 75 ตอนแรกที่บัญญัติว่า "บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ. นี้ และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระทำความผิดตามมาตรา 69 หรือมาตรา 70 ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง..."นั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการทางอาญาที่ก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ให้ตกแก่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้เป็นที่มั่นใจแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ว่าทรัพย์ดังกล่าวจะไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดโดยมิชอบอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้อีกต่อไป ดังนั้น หากทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ศาลย่อมต้องพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนทรัพย์สิ่งใดจะเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์อย่างใดหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์นั้นเป็นแต่ละกรณีไป คดีนี้ปรากฎข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามคำฟ้องโดยจำเลยให้การรับสารภาพแล้วว่า กางเกงชั้นในเด็กของกลางเป็นทรัพย์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งจำเลยนำออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปโดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงย่อมฟังได้ว่ากางเกงชั้นในเด็กของกลางทั้ง 22 ตัว เป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ จึงต้องพิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 31, 61, 70, 75 และ 76 ให้กางเกงชั้นในเด็กของกลางจำนวน 22 ตัว ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) และ 70 วรรคสอง จำเลยอายุ 18 ปี เห็นควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กางเกงชั้นในเด็กอันเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด โดยมีผู้อื่นทำขึ้นและจำเลยได้นำมาขาย เสนอขายตามมาตรา 31 (1) จึงไม่ควรให้ของผิดกฎหมายตกเป็นของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ซึ่งแตกต่างจากของกลางตามมาตราต่างๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 69 ดังนั้น ซึ่งถ้ามีมากๆ เข้าแล้วก็อาจออกมาสู่ตลาดอีกได้จะเกิดปัญหาไม่สิ้นสุด ให้ริบเสียเนื่องจากเป็นสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่ากางเกงชั้นในเด็กที่มีรูปการ์ตูน "เดอะพาวเวอร์พัฟ์ฟ เกิร์ล" และ "หมีพูห์" ของกลางเป็นสิ่งซึ่งได้มีผู้ทำซื้อโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสอง และจำเลยได้นำออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้าโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ากางเกงชั้นในเด็กที่มีรูปการ์ตูน "เดอะพาวเวอร์พัฟ์ฟ เกิร์ล" และ "หมีพูห์" ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองอันเป็นความผิดตามฟ้อง ดังนั้น ของกลางซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้น อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสอง จึงต้องตกเป็นของผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ตามคำขอของโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เสื้อยืดของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงพิพากษาให้ริบของกลางดังกล่าวชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ตอนแรกที่บัญญัติว่า "บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระทำความผิดตามมาตรา 69 หรือมาตรา 70 ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง..." นั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการทางอาญาที่ก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ให้ตกเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้เป็นที่มั่นใจแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ว่าทรัพย์ดังกล่าวจะไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดโดยมิชอบอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้อีกต่อไป ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ศาลย่อมต้องพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าทรัพย์สิ่งใดจะเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขลิทธิ์อย่างใดหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์นั้นเป็นแต่ละกรณีไป สำหรับคดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามคำฟ้องโดยจำเลยให้การรับสารภาพแล้วว่ากางเกงชั้นในเด็กของกลางเป็นทรัพย์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งจำเลยนำออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปโดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงย่อมฟังได้ว่ากางเกงชั้นในเด็กของกลางทั้ง 22 ตัว เป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จึงต้องพิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามคำฟ้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่าทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดและพิพากษาให้ริบของกลางโดยไม่ถือว่าทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ที่ต้องตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กางเกงชั้นในเด็กของกลางจำนวน 22 ตัว ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (อุดมศักดิ์ นิติมนตรี-กำพล ภู่สุดแสวง-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411987
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037002"
    }
}
date
2547
deka_no
8333/2547
deka_running_no
8333
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 75"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายแสวง ราชรินทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 31, 61, 70, 75 และ 76 ให้กางเกงชั้นในเด็กของกลางจำนวน 22 ตัว ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) และ 70 วรรคสอง จำเลยอายุ 18 ปี เห็นควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กางเกงชั้นในเด็กอันเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด โดยมีผู้อื่นทำขึ้นและจำเลยได้นำมาขาย เสนอขายตามมาตรา 31 (1) จึงไม่ควรให้ของผิดกฎหมายตกเป็นของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ซึ่งแตกต่างจากของกลางตามมาตราต่างๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 69 ดังนั้น ซึ่งถ้ามีมากๆ เข้าแล้วก็อาจออกมาสู่ตลาดอีกได้จะเกิดปัญหาไม่สิ้นสุด ให้ริบเสียเนื่องจากเป็นสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่ากางเกงชั้นในเด็กที่มีรูปการ์ตูน "เดอะพาวเวอร์พัฟ์ฟ เกิร์ล" และ "หมีพูห์" ของกลางเป็นสิ่งซึ่งได้มีผู้ทำซื้อโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสอง และจำเลยได้นำออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้าโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ากางเกงชั้นในเด็กที่มีรูปการ์ตูน "เดอะพาวเวอร์พัฟ์ฟ เกิร์ล" และ "หมีพูห์" ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองอันเป็นความผิดตามฟ้อง ดังนั้น ของกลางซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้น อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสอง จึงต้องตกเป็นของผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ตามคำขอของโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เสื้อยืดของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงพิพากษาให้ริบของกลางดังกล่าวชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 ตอนแรกที่บัญญัติว่า "บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระทำความผิดตามมาตรา 69 หรือมาตรา 70 ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง..." นั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการทางอาญาที่ก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ให้ตกเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้เป็นที่มั่นใจแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ว่าทรัพย์ดังกล่าวจะไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดโดยมิชอบอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้อีกต่อไป ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ศาลย่อมต้องพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าทรัพย์สิ่งใดจะเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขลิทธิ์อย่างใดหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์นั้นเป็นแต่ละกรณีไป สำหรับคดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามคำฟ้องโดยจำเลยให้การรับสารภาพแล้วว่ากางเกงชั้นในเด็กของกลางเป็นทรัพย์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งจำเลยนำออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปโดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นเป็นสิ่งที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงย่อมฟังได้ว่ากางเกงชั้นในเด็กของกลางทั้ง 22 ตัว เป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จึงต้องพิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามคำฟ้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่าทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดและพิพากษาให้ริบของกลางโดยไม่ถือว่าทรัพย์ของกลางเป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ที่ต้องตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กางเกงชั้นในเด็กของกลางจำนวน 22 ตัว ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000868.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547