คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2547 ฉบับเต็ม

#411996
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2547 นางสาวประไพ กิจกรพันธ์ โจทก์ นางสาวลมัย สลับสี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง, มาตรา 161, มาตรา 168, มาตรา ตาราง 1 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอค่าขึ้นศาลบางส่วนคืนโดยอ้างว่าได้ชำระเกินไปกว่าที่จะต้องชำระตามกฎหมาย ย่อมเท่ากับเป็นการยกเหตุว่าค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้คำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 บัญญัติยกเว้นให้สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียวได้ แต่เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิมาขอค่าฤชาธรรมเนียมศาลที่ได้ชำระไปแล้วคืนได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,469,416 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์เสร็จสิ้น หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ 15760 ตำบลคลองสิบสอง อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำมาชำระหนี้จนครบถ้วน ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท และคดีถึงที่สุด โจทก์ยื่นคำแถลงว่า คดีโจทก์เป็นคำฟ้องขอให้บังคับจำนอง และจำเลยไม่ให้การต่อสู้คดี ซึ่งโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามกฎหมายเพียงอัตราร้อยละ 1 แต่โจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลไปในอัตราร้อยละ 2.5 เป็นเงิน 36,735 บาท จึงเกินไป 22,040 บาท ขอให้มีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำฟ้องเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องจำเลยอันเนื่องมาจากหนี้กู้ยืมซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลร้อยละ 2.5 ไม่ใช่เป็นเรื่องบังคับจำนองอย่างเดียว การคิดค่าธรรมเนียมอัตราร้อยละ 2.5 จึงถูกต้องแล้ว ให้ยกคำแถลง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ยื่นฟ้องขอให้บังคับจำนองโดยโจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลในเวลายื่นคำฟ้องอัตราร้อยละ 2.5 ของทุนทรัพย์จำนวน 36,735 บาท เมื่อจำเลยไม่ให้การต่อสู้คดี โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 1 ชอบที่โจทก์จะขอขึ้นศาลในส่วนที่เกิน 22,040 บาท ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นคำฟ้อง ซึ่งมาตรา 149 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ชำระ และมาตรา 161 บัญญัติให้ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีย่อมตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดี คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 4,000 บาท ค่าขึ้นศาลที่โจทก์ได้ชำระในเวลายื่นคำฟ้องนับว่าเป็นค่าฤชาธรรมเนียมอย่างหนึ่ง ที่จำเลยซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่แพ้คดีจะต้องรับผิดชำระคืนแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอค่าขึ้นศาลดังกล่าวบางส่วนคืน โดยอ้างว่าได้ชำระเกินไปกว่าที่จะต้องชำระตามกฎหมาย ย่อมเท่ากับเป็นการยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้คำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย และในกรณีเช่นว่านี้ มาตรา 168 บัญญัติยกเว้นให้สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียวได้ เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ปัญหาดังกล่าวและคดีถึงที่สุดไปแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิมาขอค่าธรรมเนียมศาลที่ได้ชำระไปแล้วคืนได้อีก เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. (สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์-ประทีป ปิติสันต์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
411996
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038786"
    }
}
date
2547
deka_no
5045/2547
deka_running_no
5045
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 161",
            "ม. 168"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวประไพ กิจกรพันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวลมัย สลับสี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,469,416 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์เสร็จสิ้น หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ 15760 ตำบลคลองสิบสอง อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำมาชำระหนี้จนครบถ้วน ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท และคดีถึงที่สุด

โจทก์ยื่นคำแถลงว่า คดีโจทก์เป็นคำฟ้องขอให้บังคับจำนอง และจำเลยไม่ให้การต่อสู้คดี ซึ่งโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามกฎหมายเพียงอัตราร้อยละ 1 แต่โจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลไปในอัตราร้อยละ 2.5 เป็นเงิน 36,735 บาท จึงเกินไป 22,040 บาท ขอให้มีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำฟ้องเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องจำเลยอันเนื่องมาจากหนี้กู้ยืมซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลร้อยละ 2.5 ไม่ใช่เป็นเรื่องบังคับจำนองอย่างเดียว การคิดค่าธรรมเนียมอัตราร้อยละ 2.5 จึงถูกต้องแล้ว ให้ยกคำแถลง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ยื่นฟ้องขอให้บังคับจำนองโดยโจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลในเวลายื่นคำฟ้องอัตราร้อยละ 2.5 ของทุนทรัพย์จำนวน 36,735 บาท เมื่อจำเลยไม่ให้การต่อสู้คดี โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 1 ชอบที่โจทก์จะขอขึ้นศาลในส่วนที่เกิน 22,040 บาท ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นคำฟ้อง ซึ่งมาตรา 149 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ชำระ และมาตรา 161 บัญญัติให้ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีย่อมตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดี คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 4,000 บาท ค่าขึ้นศาลที่โจทก์ได้ชำระในเวลายื่นคำฟ้องนับว่าเป็นค่าฤชาธรรมเนียมอย่างหนึ่ง ที่จำเลยซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่แพ้คดีจะต้องรับผิดชำระคืนแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอค่าขึ้นศาลดังกล่าวบางส่วนคืน โดยอ้างว่าได้ชำระเกินไปกว่าที่จะต้องชำระตามกฎหมาย ย่อมเท่ากับเป็นการยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้คำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย และในกรณีเช่นว่านี้ มาตรา 168 บัญญัติยกเว้นให้สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียวได้ เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ปัญหาดังกล่าวและคดีถึงที่สุดไปแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิมาขอค่าธรรมเนียมศาลที่ได้ชำระไปแล้วคืนได้อีก เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000884.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547