คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2550 ฉบับเต็ม

#412026
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2550 นางสาวกมลรัตน์ แซ่ลิ้ม หรือนางกมลลักษณ์ เลิศพรทวี โจทก์ บริษัทซิตี้ลิสซิ่ง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 194, มาตรา 198, มาตรา 213 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 145 โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดซึ่งพิพากษาให้โจทก์ส่งรถยนต์คันพิพาทที่โจทก์เช่าซื้อไปจากจำเลยคืนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคาแทน หนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษามีลักษณะบังคับโจทก์ให้ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลัง แต่การบังคับตามคำพิพากษาถือว่าเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ที่ตามคำพิพากษาที่อาจยอมรับการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดตามคำพิพากษาได้ แม้จะมิได้เป็นไปตามลำดับในคำพิพากษา เมื่อจำเลยยอมรับเงินที่โจทก์นำไปวางชำระต่อกรมบังคับคดีครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว ถือได้โดยปริยายว่าจำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทให้เป็นของโจทก์ โดยจำเลยได้รับชดใช้ราคาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทคืนให้แก่โจทก์. ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามหลักฐานทางทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมกับส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและชำระค่าภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ดังกล่าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายรายวัน วันละ 1,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เดิมโจทก์เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทหมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร จากจำเลย แล้วโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นเรื่องเช่าซื้อ ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนแก่จำเลยในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้โจทก์ใช้ราคาเพียง 1,200,000 บาท และให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ยกับค่าเสียหายรายเดือนและค่าธรรมเนียมแทนจำเลย วันที่ 24 สิงหาคม 2544 โจทก์ได้นำเงินไปวางที่กรมบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยเท่ากับราคารถยนต์คันพิพาทที่โจทก์ต้องใช้แทนและค่าเสียหายกับค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 จำเลยได้รับเงินดังกล่าวไปจากกรมบังคับคดีแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดซึ่งพิพากษาให้โจทก์ส่งรถยนต์คันพิพาทที่โจทก์เช่าซื้อไปจากจำเลยคืนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคาแทน แม้หนี้ที่ต้องชำระตามคำพิพากษามีลักษณะบังคับโจทก์จะต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลัง กล่าวคือ โจทก์จะมีสิทธิใช้ราคาแทนได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถคืนรถยนต์คันพิพาทให้แก่จำเลย มิใช่เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะเลือกปฏิบัติการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 แต่การบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลนั้นถือว่าเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และในกรณีที่การชำระหนี้ตามคำพิพากษามีหลายอย่าง แม้ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่จะต้องกระทำการเพื่อชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังก็เป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่อาจยอมรับการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดตามคำพิพากษาได้ แม้การชำระหนี้ดังกล่าวจะมิได้เป็นไปตามลำดับในคำพิพากษานั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายอมรับเงินที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษานำไปวางชำระต่อกรมบังคับคดีตามจำนวนเท่ากับราคารถยนต์คันพิพาท รวมทั้งค่าเสียหายกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว แสดงว่าจำเลยยอมรับชำระหนี้ในลำดับหลังด้วยการชำระราคารถยนต์คันพิพาทแทนการให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนอันเป็นหนี้ในลำดับแรก แม้สัญญาเช่าซื้อจะเลิกกันไปแล้วก็ตาม แต่การที่จำเลยยอมรับชำระราคารถยนต์คันดังกล่าวถือได้โดยปริยายว่าจำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทให้เป็นของโจทก์โดยจำเลยได้รับชดใช้ราคาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ กรณีมิใช่เรื่องการบังคับตามคำพิพากษาเดิมที่จำเลยจะอ้างว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ตามคำพิพากษาที่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น... พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร ให้มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของตามหลักฐานทางทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมกับส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและชำระค่าภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ดังกล่าว ทั้งนี้ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจดทะเบียนโอนและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สมศักดิ์ เนตรมัย-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลแพ่ง - นางสาวมานิสา รัฐปัตย์ ศาลอุทธรณ์ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1862/2547 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412026
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวมานิสา รัฐปัตย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016954"
    }
}
date
2550
deka_no
3664/2550
deka_running_no
3664
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 194",
            "ม. 198",
            "ม. 213"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 145"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวกมลรัตน์ แซ่ลิ้ม"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "หรือนางกมลลักษณ์ เลิศพรทวี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทซิตี้ลิสซิ่ง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามหลักฐานทางทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมกับส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและชำระค่าภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ดังกล่าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายรายวัน วันละ 1,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ดังกล่าวให้โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เดิมโจทก์เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทหมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร จากจำเลย แล้วโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นเรื่องเช่าซื้อ ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนแก่จำเลยในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้โจทก์ใช้ราคาเพียง 1,200,000 บาท และให้โจทก์ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ยกับค่าเสียหายรายเดือนและค่าธรรมเนียมแทนจำเลย วันที่ 24 สิงหาคม 2544 โจทก์ได้นำเงินไปวางที่กรมบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยเท่ากับราคารถยนต์คันพิพาทที่โจทก์ต้องใช้แทนและค่าเสียหายกับค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 จำเลยได้รับเงินดังกล่าวไปจากกรมบังคับคดีแล้ว

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดซึ่งพิพากษาให้โจทก์ส่งรถยนต์คันพิพาทที่โจทก์เช่าซื้อไปจากจำเลยคืนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคาแทน แม้หนี้ที่ต้องชำระตามคำพิพากษามีลักษณะบังคับโจทก์จะต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลัง กล่าวคือ โจทก์จะมีสิทธิใช้ราคาแทนได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถคืนรถยนต์คันพิพาทให้แก่จำเลย มิใช่เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะเลือกปฏิบัติการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 แต่การบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลนั้นถือว่าเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และในกรณีที่การชำระหนี้ตามคำพิพากษามีหลายอย่าง แม้ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่จะต้องกระทำการเพื่อชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังก็เป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่อาจยอมรับการชำระหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดตามคำพิพากษาได้ แม้การชำระหนี้ดังกล่าวจะมิได้เป็นไปตามลำดับในคำพิพากษานั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายอมรับเงินที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษานำไปวางชำระต่อกรมบังคับคดีตามจำนวนเท่ากับราคารถยนต์คันพิพาท รวมทั้งค่าเสียหายกับค่าฤชาธรรมเนียมโดยครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว แสดงว่าจำเลยยอมรับชำระหนี้ในลำดับหลังด้วยการชำระราคารถยนต์คันพิพาทแทนการให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนอันเป็นหนี้ในลำดับแรก แม้สัญญาเช่าซื้อจะเลิกกันไปแล้วก็ตาม แต่การที่จำเลยยอมรับชำระราคารถยนต์คันดังกล่าวถือได้โดยปริยายว่าจำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทให้เป็นของโจทก์โดยจำเลยได้รับชดใช้ราคาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ กรณีมิใช่เรื่องการบังคับตามคำพิพากษาเดิมที่จำเลยจะอ้างว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ตามคำพิพากษาที่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น...

พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ว - 1148 กรุงเทพมหานคร ให้มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของตามหลักฐานทางทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกพร้อมกับส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนและชำระค่าภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ดังกล่าว ทั้งนี้ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจดทะเบียนโอนและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000685.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1862/2547
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550