คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5386/2551 ฉบับเต็ม

#412028
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5386/2551 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายบุญโชค มุจนานันท์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 237 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 245 (1), มาตรา 247 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ให้จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ระหว่างการบังคับคดีจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้ชำระหนี้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้นจนเป็นที่พอใจแก่โจทก์แล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ที่ถูกจำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 และคดีนี้โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 อันเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้แม้จำเลยที่ 2 ฎีกาแต่เพียงผู้เดียว ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 28577 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ในคดีนี้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวน 9,250,987.32 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย แต่จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ระหว่างการบังคับคดีจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้เจรจากับโจทก์เกี่ยวกับหนี้สินที่ค้างชำระอยู่ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ และจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้ชำระหนี้จำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงจนเป็นที่พอใจแก่โจทก์ และโจทก์ก็ไม่ติดใจเรียกร้องหนี้ใดๆ จากจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกอีก ปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 แนบมาท้ายคำแถลงการณ์ในชั้นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 16 กันยายน 2547 เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้ชำระหนี้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้นจนเป็นที่พอใจแก่โจทก์แล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ที่ถูกจำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้ออื่นอีกต่อไป และเนื่องจากคดีนี้ โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 อันเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 2 ฎีกาแต่เพียงผู้เดียว ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-ดิเรก อิงคนินันท์-วีระพล ตั้งสุวรรณ) ศาลจังหวัดหลังสวน - นายกฤษณะสินธุ์ ยิ้มแย้ม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิบูลย์ แสงชมภู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2016/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ54/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ351/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412028
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหลังสวน",
        "judge": "นายกฤษณะสินธุ์ ยิ้มแย้ม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวิบูลย์ แสงชมภู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008785"
    }
}
date
2551
deka_no
5386/2551
deka_running_no
5386
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 237"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 245 (1)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญโชค มุจนานันท์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 28577 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ในคดีนี้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวน 9,250,987.32 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย แต่จำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ระหว่างการบังคับคดีจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้เจรจากับโจทก์เกี่ยวกับหนี้สินที่ค้างชำระอยู่ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ และจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้ชำระหนี้จำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงจนเป็นที่พอใจแก่โจทก์ และโจทก์ก็ไม่ติดใจเรียกร้องหนี้ใดๆ จากจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกอีก ปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 แนบมาท้ายคำแถลงการณ์ในชั้นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 16 กันยายน 2547 เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกได้ชำระหนี้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 352/2542 ของศาลชั้นต้นจนเป็นที่พอใจแก่โจทก์แล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ที่ถูกจำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิอีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้ออื่นอีกต่อไป และเนื่องจากคดีนี้ โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 อันเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 2 ฎีกาแต่เพียงผู้เดียว ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ54/2546
primary_red_case_no
พ351/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000612.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2016/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551