คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5722/2551 ฉบับเต็ม

#412042
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5722/2551 นางศิริมาหรือเย็นฤดี กุลวานิชหรือกุลวานิชย์ ผู้ร้อง นายเสริมศักดิ์ กุลวานิช ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1713 ป.วิ.พ. มาตรา 264 ผู้ร้องกับผู้คัดค้านมิได้พิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายแต่อย่างใด คงพิพาทกันเพียงว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ประโยชน์ของผู้คัดค้านในคดีนี้จึงอยู่ที่การจะได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่การจะได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของผู้ตาย คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของผู้คัดค้านที่ขอให้อายัดทรัพย์มรดกและห้ามผู้ร้องทำนิติกรรมใดเกี่ยวกับทรัพย์มรดกจึงไม่เกี่ยวกับประโยชน์ของผู้คัดค้านที่มีอยู่ในคดี อันพึงจะต้องให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาดังบัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 264 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเจริญ ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งอายัดทรัพย์มรดกทั้งหมดของผู้ตาย และห้ามมิให้ผู้ร้องจำหน่ายจ่ายโอนหรือทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์มรดกดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมทั้งให้ผู้ร้องนำเงินจำนวน 500,000 บาท ที่ถอนจากบัญชีเงินฝากของผู้ตายมาวางต่อศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านมิได้พิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายแต่อย่างใด คงพิพาทกันเพียงว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ประโยชน์ของผู้คัดค้านในคดีนี้จึงอยู่ที่การจะได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่การจะได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของผู้ตาย คำร้องของผู้คัดค้านจึงไม่เกี่ยวกับประโยชน์ของผู้คัดค้านที่มีอยู่ในคดี อันพึงจะต้องให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาดังบัญญัติไว้ในมาตรา 264 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกคำร้องของผู้คัดค้านมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (อิศเรศ ชัยรัตน์-สถิตย์ ทาวุฒิ-พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร) ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายปิยะวุฒิ เครือจันทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.799/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ35/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ378/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412042
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตะกั่วป่า",
        "judge": "นายปิยะวุฒิ เครือจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008556"
    }
}
date
2551
deka_no
5722/2551
deka_running_no
5722
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1713"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 264"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางศิริมาหรือเย็นฤดี กุลวานิชหรือกุลวานิชย์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายเสริมศักดิ์ กุลวานิช"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเจริญ ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งอายัดทรัพย์มรดกทั้งหมดของผู้ตาย และห้ามมิให้ผู้ร้องจำหน่ายจ่ายโอนหรือทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์มรดกดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมทั้งให้ผู้ร้องนำเงินจำนวน 500,000 บาท ที่ถอนจากบัญชีเงินฝากของผู้ตายมาวางต่อศาล

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านมิได้พิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายแต่อย่างใด คงพิพาทกันเพียงว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ประโยชน์ของผู้คัดค้านในคดีนี้จึงอยู่ที่การจะได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่การจะได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของผู้ตาย คำร้องของผู้คัดค้านจึงไม่เกี่ยวกับประโยชน์ของผู้คัดค้านที่มีอยู่ในคดี อันพึงจะต้องให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาดังบัญญัติไว้ในมาตรา 264 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกคำร้องของผู้คัดค้านมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ35/2548
primary_red_case_no
พ378/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000610.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.799/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551