คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2551 ฉบับเต็ม

#412055
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2551 นางนิภารัตน์ ขำกลิ่น โจทก์ บริษัทมิก เด็นชิโคเงียว (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ตามคำฟ้องของโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 170,512 บาท แต่เมื่อศาลแรงงานกลางสั่งให้นำคดีนี้รวมพิจารณาคดีเดียวกับคดีอื่นแล้ว ศาลแรงงานกลางได้จัดทำบัญชีสำหรับรวมพิจารณาโดยนำรายละเอียดต่างๆ ในคำฟ้องแต่ละสำนวนมาลงไว้ ซึ่งในช่องคำขอท้ายฟ้องในบัญชีดังกล่าวลงรายการว่าโจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวเพียงจำนวน 17,052 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าวไม่ปรากฏในคำฟ้องหรือคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งเป็นการลงบัญชีผิดพลาด เมื่อพิจารณาถึงจำนวนเงินค่าเสียหายที่ศาลแรงงานกลางกำหนดให้โจทก์คนอื่นในคดีรวมพิจารณา ปรากฏว่ากำหนดค่าเสียหายจากการนำอัตราค่าจ้างสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานโดยประมาณ ยกเว้นโจทก์บางคนในคดีรวมพิจารณามีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายต่ำกว่าจำนวนที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ศาลแรงงานกลางก็จะกำหนดให้ไม่เกินตามคำขอท้ายฟ้อง แต่กรณีของโจทก์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เพียงคนเดียว โดยหากคำนวณตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้วจะได้จำนวนที่สูงกว่า 17,052 บาท ตามที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาเป็นจำนวนมาก แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เท่ากับจำนวนเงินที่ลงไว้ในบัญชีดังกล่าวโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะเหตุใด แสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นการนำข้อผิดพลาดในบัญชีดังกล่าวมากำหนดเป็นค่าเสียหาย จึงให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ใหม่โดยคำนึงถึงจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้อง ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง ___________________________ คดีนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ 1410/2549 ของศาลแรงงานกลาง แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำสั่งและคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้และให้เรียกชื่อคู่ความใหม่ว่า โจทก์และจำเลย โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 170,512 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 17,052 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นเงินจำนวน 170,512 บาท แต่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 17,052 บาท ซึ่งตรงกับจำนวนตามบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 170,512 บาทแต่เมื่อศาลแรงงานกลางสั่งให้นำคดีนี้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ1410/2549 ของศาลแรงงานกลางแล้ว ศาลแรงงานกลางได้จัดทำบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีขึ้นโดยนำรายละเอียดต่างๆ ในคำฟ้องของแต่ละสำนวนมาลงไว้ เช่น ชื่อโจทก์วันเข้าทำงาน อัตราค่าจ้างสุดท้าย วันเลิกจ้าง และคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งในช่องคำขอท้ายฟ้องในบัญชีดังกล่าวกลับลงรายการว่าโจทก์ในคดีนี้ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไว้เป็นเงินเพียง 17,052 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าวไม่มีปรากฏในคำฟ้องหรือคำขอท้ายฟ้องแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการลงบัญชีที่ผิดพลาด และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนค่าเสียหายซึ่งศาลแรงงานกลางกำหนดให้โจทก์คนอื่น ๆ ในคดีนำมารวมพิจารณาดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อได้คำนวณแล้วเห็นได้ว่ามีการกำหนดค่าเสียหายจากหลักเกณฑ์การนำอัตราค่าจ้างสุดท้ายมาคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานโดยประมาณ ยกเว้นในกรณีที่โจทก์บางคนในคดีที่นำมารวมพิจารณาดังกล่าวมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่ำกว่าจำนวนที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางก็จะกำหนดให้ไม่เกินตามคำขอท้ายฟ้อง แต่กรณีของโจทก์ในคดีนี้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่เพียงคนเดียว โดยหากคำนวณจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะได้จำนวนที่สูงกว่า 17,052 บาท ตามที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีเป็นจำนวนมาก แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้เท่ากับจำนวนเงินที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางเป็นการนำข้อผิดพลาดในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีที่ลงไว้ผิดมากำหนดเป็นค่าเสียหาย จึงให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้ใหม่โดยให้คำนึงถึงว่าโจทก์ฟ้องขอมาจำนวนเท่าใด ส่วนค่าเสียหายจะเป็นจำนวนเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมของโจทก์ในคดีนี้ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. (ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-มานัส เหลืองประเสริฐ) ศาลแรงงานกลาง - นายธีระพงศ์ ฮั่นไพศาล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2342/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1656/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4891/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412055
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายธีระพงศ์ ฮั่นไพศาล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008232"
    }
}
date
2551
deka_no
6099/2551
deka_running_no
6099
deka_year
2551
department
แรงงาน
judges
[
    "ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนิภารัตน์ ขำกลิ่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทมิก เด็นชิโคเงียว (ไทยแลนด์) จำกัด"
    }
]
long_text
คดีนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ 1410/2549 ของศาลแรงงานกลาง แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำสั่งและคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้และให้เรียกชื่อคู่ความใหม่ว่า โจทก์และจำเลย

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 170,512 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 17,052 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นเงินจำนวน 170,512 บาท แต่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 17,052 บาท ซึ่งตรงกับจำนวนตามบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์จำนวน 170,512 บาทแต่เมื่อศาลแรงงานกลางสั่งให้นำคดีนี้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4880/2549 ถึง 4890/2549, 4892/2549 ถึง 4901/2549 และ1410/2549 ของศาลแรงงานกลางแล้ว ศาลแรงงานกลางได้จัดทำบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีขึ้นโดยนำรายละเอียดต่างๆ ในคำฟ้องของแต่ละสำนวนมาลงไว้ เช่น ชื่อโจทก์วันเข้าทำงาน อัตราค่าจ้างสุดท้าย วันเลิกจ้าง และคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งในช่องคำขอท้ายฟ้องในบัญชีดังกล่าวกลับลงรายการว่าโจทก์ในคดีนี้ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไว้เป็นเงินเพียง 17,052 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าวไม่มีปรากฏในคำฟ้องหรือคำขอท้ายฟ้องแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการลงบัญชีที่ผิดพลาด และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนค่าเสียหายซึ่งศาลแรงงานกลางกำหนดให้โจทก์คนอื่น ๆ ในคดีนำมารวมพิจารณาดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อได้คำนวณแล้วเห็นได้ว่ามีการกำหนดค่าเสียหายจากหลักเกณฑ์การนำอัตราค่าจ้างสุดท้ายมาคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานโดยประมาณ ยกเว้นในกรณีที่โจทก์บางคนในคดีที่นำมารวมพิจารณาดังกล่าวมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่ำกว่าจำนวนที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวศาลแรงงานกลางก็จะกำหนดให้ไม่เกินตามคำขอท้ายฟ้อง แต่กรณีของโจทก์ในคดีนี้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่เพียงคนเดียว โดยหากคำนวณจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะได้จำนวนที่สูงกว่า 17,052 บาท ตามที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีเป็นจำนวนมาก แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้เท่ากับจำนวนเงินที่ลงไว้ในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีโดยไม่ปรากฏว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางเป็นการนำข้อผิดพลาดในบัญชีสำหรับรวมพิจารณาคดีที่ลงไว้ผิดมากำหนดเป็นค่าเสียหาย จึงให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้โจทก์ในคดีนี้ใหม่โดยให้คำนึงถึงว่าโจทก์ฟ้องขอมาจำนวนเท่าใด ส่วนค่าเสียหายจะเป็นจำนวนเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมของโจทก์ในคดีนี้ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1656/2549
primary_red_case_no
พ4891/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000607.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2342/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551