คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2551 ฉบับเต็ม

#412060
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายบุญลือ เตือนจันทึก กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง (ใหม่) พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10, มาตรา 12 ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี ดังนั้นสำหรับข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ซึ่งมีระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึงตลอดชีวิต ระวางโทษสามเท่าจึงเป็นจำคุก 12 ปี ถึงตลอดชีวิต ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าวเป็นจำคุก 54 ปี จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 , 72 ทวิ ริบเมทแอมเฟตามีนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา และคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ และจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 54 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกในข้อหาดังกล่าวกระทงละ 1 ปี เมื่อรวมโทษความผิดทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา และคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21 นั้น เนื่องจากในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21 ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 2,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนฎีกาข้ออื่นๆ ของจำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุที่จะทำให้ผลการวินิจฉัยต้องเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี ดังนั้นสำหรับข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ซึ่งมีระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึงตลอดชีวิต ระวางโทษเป็นสามเท่าจึงเป็นจำคุก 12 ปี ถึงตลอดชีวิต ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าวเป็นจำคุก 54 ปี จึงไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 โดยเห็นสมควรแก้ไขโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีด้วยและสำหรับเมทแอมเฟตามีนของกลางเมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ริบของกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 13250/2545 ของศาลชั้นต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เข้ามาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งริบเมทแอมเฟตามีนของกลางในคดีนี้อีก พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 42 ปี เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนเข้าด้วยกันแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 44 ปี ยกคำขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สมศักดิ์ อเนกพุฒิ-ศิริชัย จิระบุญศรี-ศุภชัย สมเจริญ) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายเจริญ เกื้อทิพย์ ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2438/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4463/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ7903/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412060
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายเจริญ เกื้อทิพย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประทีป อ่าววิจิตรกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008562"
    }
}
date
2551
deka_no
5632/2551
deka_running_no
5632
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ อเนกพุฒิ",
    "ศิริชัย จิระบุญศรี",
    "ศุภชัย สมเจริญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 66 วรรคสอง (ใหม่)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 10",
            "ม. 12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญลือ เตือนจันทึก กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 , 72 ทวิ ริบเมทแอมเฟตามีนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา และคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ และจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 54 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกในข้อหาดังกล่าวกระทงละ 1 ปี เมื่อรวมโทษความผิดทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา และคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21 นั้น เนื่องจากในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1005/2538 ของศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนคดีหมายเลขดำที่ 53/2538 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21 ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ให้ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 2,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนฎีกาข้ออื่นๆ ของจำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุที่จะทำให้ผลการวินิจฉัยต้องเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี ดังนั้นสำหรับข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ซึ่งมีระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึงตลอดชีวิต ระวางโทษเป็นสามเท่าจึงเป็นจำคุก 12 ปี ถึงตลอดชีวิต ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าวเป็นจำคุก 54 ปี จึงไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 โดยเห็นสมควรแก้ไขโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีด้วยและสำหรับเมทแอมเฟตามีนของกลางเมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ริบของกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 13250/2545 ของศาลชั้นต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เข้ามาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งริบเมทแอมเฟตามีนของกลางในคดีนี้อีก

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 42 ปี เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนเข้าด้วยกันแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 44 ปี ยกคำขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4463/2540
primary_red_case_no
อ7903/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000610.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2438/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551