คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6353/2550 ฉบับเต็ม

#412108
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6353/2550 นางซ่วน แซ่อุ่ยหรือพรมนุชาธิป โจทก์ นางละม้าย เลขะกุล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 144 คดีก่อนจำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของ ป. ฟ้องขับไล่โจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 ร. เป็นจำเลยที่ 2 ให้ออกไปจากที่ดินของ ป. ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์คดีนี้และ ร. ให้ออกจากที่ดินโดยฟังว่าที่ดินเป็นของ ป. คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ป. ให้ร่วมกันคืนโฉนดที่ดินและจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์มาใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของดังเดิมอ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 30 โดยได้รับมรดกจากนางโป้ห้วยจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายประมุขเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2506 โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวและโจทก์ได้ทำนิติกรรมสัญญายกที่ดินให้แก่นายประมุข ด้วยเจตนาให้เป็นตัวแทนถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์เพราะนายประมุขเป็นญาติผู้ใหญ่มีฐานะดี โจทก์มีฐานะยากจนจะเก็บรักษาที่ดินไว้ไม่ได้และที่ดินอยู่ในทำเลไม่เหมาะสมแก่การค้าขาย นายประมุขจึงเสนอจัดหาที่ดินพร้อมจะปลูกบ้านให้โจทก์และครอบครัวใหม่ หากไม่ดำเนินการดังกล่าวก็จะโอนที่ดินแปลงที่นายประมุขถือกรรมสิทธิ์แทนคืนให้โจทก์ แต่นายประมุขไม่ดำเนินการหาที่ดินและปลูกสร้างบ้านให้แก่โจทก์และไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังเดิม จนกระทั่งนายประมุขถึงแก่ความตาย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะซ่อมแซมและปลูกบ้านพักอาศัยขึ้นใหม่ จึงแจ้งความประสงค์ไปยังจำเลยทั้งสองเพื่อให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนมาเป็นชื่อของโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ดังเดิม แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมกลับยื่นฟ้องขับไล่โจทก์และครอบครัวให้ออกไปจากที่ดินแปลงนี้ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนโฉนดที่ดินพร้อมทั้งไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินจากนายประมุขมาใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังเดิม หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ตามระเบียบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 มีนางละม้าย เป็นโจทก์ที่ 1 นายมนู เป็นโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายประมุข ฟ้องขับไล่ โจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 นายเริงศักดิ์เป็นจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ของนายประมุข ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์คดีนี้ และนายเริงศักดิ์ ให้ออกจากที่ดินดังกล่าวแล้ว เมื่อคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ศาลได้มีคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ และนายเริงศักดิ์ให้ออกไปจากที่ดินดังกล่าวโดยฟังว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของนายประมุข โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้อ้างว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 เป็นของโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-อร่าม เสนามนตรี-นพวรรณ อินทรัมพรรย์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412108
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014829"
    }
}
date
2550
deka_no
6353/2550
deka_running_no
6353
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 144"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางซ่วน แซ่อุ่ยหรือพรมนุชาธิป"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางละม้าย เลขะกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 30 โดยได้รับมรดกจากนางโป้ห้วยจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายประมุขเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2506 โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวและโจทก์ได้ทำนิติกรรมสัญญายกที่ดินให้แก่นายประมุข ด้วยเจตนาให้เป็นตัวแทนถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์เพราะนายประมุขเป็นญาติผู้ใหญ่มีฐานะดี โจทก์มีฐานะยากจนจะเก็บรักษาที่ดินไว้ไม่ได้และที่ดินอยู่ในทำเลไม่เหมาะสมแก่การค้าขาย นายประมุขจึงเสนอจัดหาที่ดินพร้อมจะปลูกบ้านให้โจทก์และครอบครัวใหม่ หากไม่ดำเนินการดังกล่าวก็จะโอนที่ดินแปลงที่นายประมุขถือกรรมสิทธิ์แทนคืนให้โจทก์ แต่นายประมุขไม่ดำเนินการหาที่ดินและปลูกสร้างบ้านให้แก่โจทก์และไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังเดิม จนกระทั่งนายประมุขถึงแก่ความตาย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะซ่อมแซมและปลูกบ้านพักอาศัยขึ้นใหม่ จึงแจ้งความประสงค์ไปยังจำเลยทั้งสองเพื่อให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนมาเป็นชื่อของโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ดังเดิม แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมกลับยื่นฟ้องขับไล่โจทก์และครอบครัวให้ออกไปจากที่ดินแปลงนี้ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนโฉนดที่ดินพร้อมทั้งไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินจากนายประมุขมาใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังเดิม หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ตามระเบียบ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 มีนางละม้าย เป็นโจทก์ที่ 1 นายมนู เป็นโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายประมุข ฟ้องขับไล่ โจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 นายเริงศักดิ์เป็นจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ของนายประมุข ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์คดีนี้ และนายเริงศักดิ์ ให้ออกจากที่ดินดังกล่าวแล้ว เมื่อคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 392/2545 ศาลได้มีคำพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ และนายเริงศักดิ์ให้ออกไปจากที่ดินดังกล่าวโดยฟังว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของนายประมุข โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้อ้างว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2973 เป็นของโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000666.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550