คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7474/2547 ฉบับเต็ม

#412114
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7474/2547 นายบุญหลาย ขาวผ่อง โจทก์ นายทองมาก ขาวผ่อง โดยนางทองมี พิมภูงา ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง บริษัทไทยประกันชีวิต จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1624 (4), มาตรา 1630 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ โดยระบุว่าผู้ร้องเป็นน้องต่างมารดากับโจทก์ ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ดังนี้ผู้ร้องย่อมเป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 4 เมื่อผู้ร้องรับว่าผู้เป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 3 ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1630 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทของโจทก์ผู้มรณะที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากฟ้อง (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายทองมาก ขาวผ่อง โดยนางทองมีผู้แทนโดยชอบธรรม ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยปัญหาแรกมีว่านายทองมากโดยนางทองมีมารดาผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นน้องต่างมารดากับโจทก์ ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 ผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของโจทก์เป็นทายาทอันดับที่ 3 และตามมาตรา 1630 วรรคหนึ่ง แห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของโจทก์ผู้มรณะ ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทของโจทก์ผู้มรณะที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น เมื่อผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะไม่ได้ศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย" พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และพิพากษาใหม่ (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สุรพล เจียมจูไร-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412114
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037671"
    }
}
date
2547
deka_no
7474/2547
deka_running_no
7474
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1624 (4)",
            "ม. 1630 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุญหลาย ขาวผ่อง"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายทองมาก ขาวผ่อง โดยนางทองมี พิมภูงา"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ผู้แทนโดยชอบธรรม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยประกันชีวิต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากฟ้อง (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายทองมาก ขาวผ่อง โดยนางทองมีผู้แทนโดยชอบธรรม ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาต

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยปัญหาแรกมีว่านายทองมากโดยนางทองมีมารดาผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นน้องต่างมารดากับโจทก์ ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 ผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของโจทก์เป็นทายาทอันดับที่ 3 และตามมาตรา 1630 วรรคหนึ่ง แห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของโจทก์ผู้มรณะ ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทของโจทก์ผู้มรณะที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น เมื่อผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะไม่ได้ศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย"

พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000874.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547