คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5334/2547 ฉบับเต็ม

#412119
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5334/2547 เทศบาลเมืองนราธิวาส โจทก์ นายวิเชียร โอฬาร์เวส จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 213 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.ที่ดิน มาตรา 69 ทวิ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยยื่นคำคัดค้านซึ่งไม่ถูกต้อง ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้าน จำเลยให้การว่าโจทก์นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าที่ดินที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง แม้คำคัดค้านของจำเลยเป็นการใช้สิทธิตาม ป.ที่ดินฯ มาตรา 69 ทวิ ก็ตาม แต่ก็เป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 แล้ว โจทก์ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้ และคำขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านมีความหมายรวมถึงการที่ขอให้จำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท หากโจทก์ชนะคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับให้ตามขอได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงมีเนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส จำเลยได้คัดค้านการรังวัดที่ดินโดยอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินที่อ้างว่าแนวเขตที่ดินของโจทก์รุกล้ำแนวแขตที่ดินของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 จำเลยได้ที่ดินดังกล่าวนี้มาด้วยการซื้อขายโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวรุกล้ำแนวเขตที่ดินพิพาทในความครอบครองของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดของโจทก์ และการแสดงคำคัดค้านย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายของจำเลย คำคัดค้านของจำเลยจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆ แก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับให้เพิกถอนได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โจทก์ยื่นขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ดังนี้ แม้การยื่นคำคัดค้านดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ แต่เนื้อหาในคำคัดค้านที่จำเลยอ้างว่าที่ดินที่ผู้แทนโจทก์นำชี้รุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์นั้น เป็นการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้ ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ได้แนบสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 กับหนังสือคัดค้านที่มีข้อความระบุว่า จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 ตามเอกสารแนบท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และโจทก์ได้ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขต ซึ่งย่อมมีความหมายรวมถึงการที่ได้ขอให้บังคับจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทส่วนที่โจทก์นำชี้รังวัด ซึ่งหากโจทก์ชนะคดี ศาลย่อมมีอำนาจบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นที่ว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินของโจทก์หรือไม่ และคดีนี้ที่ดินพิพาทที่อ้างว่ารุกล้ำจำนวน 2 ตารางวา มีราคาเพียง 90,000 บาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (โนรี จันทร์ทร-ทวีวัฒน์ แดงทองดี-จิระ โชติพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412119
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038565"
    }
}
date
2547
deka_no
5334/2547
deka_running_no
5334
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี",
    "จิระ โชติพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 213"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 69 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เทศบาลเมืองนราธิวาส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิเชียร โอฬาร์เวส"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงมีเนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส จำเลยได้คัดค้านการรังวัดที่ดินโดยอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินที่อ้างว่าแนวเขตที่ดินของโจทก์รุกล้ำแนวแขตที่ดินของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 จำเลยได้ที่ดินดังกล่าวนี้มาด้วยการซื้อขายโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวรุกล้ำแนวเขตที่ดินพิพาทในความครอบครองของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดของโจทก์ และการแสดงคำคัดค้านย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายของจำเลย คำคัดค้านของจำเลยจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆ แก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับให้เพิกถอนได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โจทก์ยื่นขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ดังนี้ แม้การยื่นคำคัดค้านดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ แต่เนื้อหาในคำคัดค้านที่จำเลยอ้างว่าที่ดินที่ผู้แทนโจทก์นำชี้รุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์นั้น เป็นการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้ ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ได้แนบสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 กับหนังสือคัดค้านที่มีข้อความระบุว่า จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 ตามเอกสารแนบท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และโจทก์ได้ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขต ซึ่งย่อมมีความหมายรวมถึงการที่ได้ขอให้บังคับจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทส่วนที่โจทก์นำชี้รังวัด ซึ่งหากโจทก์ชนะคดี ศาลย่อมมีอำนาจบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นที่ว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินของโจทก์หรือไม่ และคดีนี้ที่ดินพิพาทที่อ้างว่ารุกล้ำจำนวน 2 ตารางวา มีราคาเพียง 90,000 บาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000882.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547