ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5265/2544
ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน
โจทก์
นางสาว เสาวณี สุมน
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 141, มาตรา 194
เนื้อหาของคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีเพียงคำบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เท่านั้น มิได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องอายุความอันเป็นประเด็นแห่งคดีซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยแม้จะเป็นคดีมโนสาเร่ที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิพากษาคดีได้ด้วยวาจาซึ่งไม่จำต้องจดแจ้งรายการแห่งคดีหรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้ แต่ก็ต้องมีคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีเรื่องอายุความนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(5) คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ชอบ
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 62,797.94 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 27 ต่อปี ของต้นเงิน29,195.75 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยนำบัตรเครดิตไปใช้ตามที่โจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว เพราะมิได้ฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2540 อันเป็นวันที่โจทก์ทวงถามและกำหนดให้จำเลยชำระหนี้ และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ทนายจำเลยแถลงขอสละประเด็นตามคำให้การจำเลย คงเหลือข้อต่อสู้เพียงประเด็นเดียวว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คู่ความรับกันว่าจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์2541 เป็นเงิน 600 บาท หลังจากนั้นไม่ได้ชำระอีกเลย และคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 44,203.16 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 7กุมภาพันธ์ 2541 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น ปรากฏว่าในประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นมิได้ยกขึ้นวินิจฉัยเนื้อหาของคำพิพากษาศาลชั้นต้นคงมีเพียงคำบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น หาได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องอายุความอันเป็นประเด็นแห่งคดีซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยไม่ แม้ศาลชั้นต้นจะมีอำนาจพิพากษาคดีได้ด้วยวาจาซึ่งไม่จำต้องจดแจ้งรายการแห่งคดีหรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้ก็ตาม แต่ก็ต้องมีคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141(5) ด้วย มิฉะนั้นคู่ความย่อมไม่อาจอุทธรณ์ได้โดยชัดแจ้งเนื่องจากไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีอย่างไร เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง จึงต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1) ประกอบมาตรา 247 และยังรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้"
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นเรื่องอายุความตามข้อต่อสู้ของจำเลยแล้วมีคำพิพากษาใหม่
(วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์)
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คำพิพากษาด้วยวาจาในคดีมโนสาเร่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 194 นั้น ต้องบังคับตามมาตรา 141 วรรคท้าย ซึ่งระบุว่า ไม่จำต้องจดแจ้งรายการแห่งคดีตามมาตรา 141(3) และเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยตามมาตรา 141(4) ส่วนคำวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดีตามมาตรา 141(5) ไม่ได้รับยกเว้นคำพิพากษาด้วยวาจาจึงต้องกล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดีด้วย โดยไม่ต้องกล่าวถึงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยซึ่งเป็นการสอดคล้องกับมาตรา 142 ที่กำหนดให้ศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ คดีนี้ประเด็นแห่งคดีมีปัญหาเรื่องอายุความที่จะต้องวินิจฉัยเพียงเรื่องเดียว ศาลชั้นต้นจึงต้องวินิจฉัยด้วยว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ ความมาตรา 141(5) ส่วนเหตุผลที่ว่าคดีขาดอายุความหรือไม่เพราะเหตุใดไม่ต้องกล่าวถึงเป็นเรื่องที่คู่ความฝ่ายที่แจ้งความจำนงที่จะอุทธรณ์จะขอให้ศาลชั้นต้นทำคำชี้แจงแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยกลัดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการอุทธรณ์โต้แย้งต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยปัญหาเรื่องอายุความว่าคดีขาดอายุความหรือไม่จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 141(5) ไพโรจน์ วายุภาพ