คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3797/2551 ฉบับเต็ม

#412131
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3797/2551 นายไพบูลย์ ลีลาไพบูลย์ โจทก์ นางต้อย ซอกจอหอ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 86 วรรคสาม ปัญหาว่าการส่งคำบังคับให้จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นประเด็นในคดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลย ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อน จึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสาม ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียก ย. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาลผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยมาเบิกความในฐานะพยานศาลจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 85,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1472 ตำบลธารประสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่จำเลยมีสิทธิครอบครองแล้วขายทอดตลาดไปในราคา 120,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการส่งคำบังคับโดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประเด็นตามคำร้องของจำเลยจึงมีว่า การส่งคำบังคับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลยก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อนจึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสาม คดีนี้ปรากฏว่านายยงยุทธ์เป็นผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย จึงเป็นพยานที่เกี่ยวกับประเด็นตามคำร้อง เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องสืบพยานปากนี้ก็ย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเรียกนายยงยุทธ์มาเบิกความในฐานะพยานศาลได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม และพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ) ศาลแขวงนครราชสีมา - นายมณฑล ยอดรัก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายรังสรรค์ กุลาเลิศ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.530/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ965/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1081/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412131
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครราชสีมา",
        "judge": "นายมณฑล ยอดรัก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายรังสรรค์ กุลาเลิศ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009677"
    }
}
date
2551
deka_no
3797/2551
deka_running_no
3797
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 86 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายไพบูลย์ ลีลาไพบูลย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางต้อย ซอกจอหอ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 85,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1472 ตำบลธารประสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่จำเลยมีสิทธิครอบครองแล้วขายทอดตลาดไปในราคา 120,000 บาท

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการส่งคำบังคับโดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประเด็นตามคำร้องของจำเลยจึงมีว่า การส่งคำบังคับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลยก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อนจึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสาม คดีนี้ปรากฏว่านายยงยุทธ์เป็นผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย จึงเป็นพยานที่เกี่ยวกับประเด็นตามคำร้อง เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องสืบพยานปากนี้ก็ย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเรียกนายยงยุทธ์มาเบิกความในฐานะพยานศาลได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม และพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ965/2544
primary_red_case_no
พ1081/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000620.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.530/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551