คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4474/2551 ฉบับเต็ม

#412135
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4474/2551 กรมทางหลวง โจทก์ นายอเนก ไร้บำรุง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 448 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า อายุความให้เริ่มนับตั้งแต่ปี 2536 เพราะกองนิติการของโจทก์ได้รับข้อมูลครบถ้วนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำละเมิด แต่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่า ควรเริ่มนับอายุความเมื่ออธิบดีของโจทก์ทราบ มิใช่เริ่มนับแต่กองนิติการของโจทก์ทราบ ดังนี้ การอุทธรณ์ว่าอายุความควรเริ่มนับเมื่อใดจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินอันเนื่องจากจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์จำนวน 32,742.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 18,720 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนคำขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมนอกนั้นให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า กองนิติการของโจทก์ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนสามารถสรุปข้อเท็จจริงที่จะดำเนินคดีแก่ผู้ต้องรับผิดเพื่อให้อธิบดีโจทก์ลงนามดำเนินคดีต่อไปได้โดยเร็วตั้งแต่ปี 2536 แล้ว ถือว่าโจทก์ทราบถึงการทำละเมิดและผู้กระทำละเมิดอันพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ปี 2536 แล้ว แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ซึ่งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่ พิเคราะห์อุทธรณ์ของโจทก์แล้ว ปรากฏว่าโจทก์อุทธรณ์ว่า คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์มาฟ้องคดีนี้ในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างว่าผู้อำนวยการกองนิติการไม่ใช่ผู้แทนนิติบุคคล แม้กองนิติการของโจทก์จะรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ปี 2536 แต่จะเริ่มนับอายุความตั้งแต่ปี 2536 ไม่ได้ เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลของโจทก์คืออธิบดีของโจทก์รู้ถึงการทำละเมิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2544 มิใช่รู้ตั้งแต่ปี 2536 เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า อายุความให้เริ่มนับตั้งแต่ปี 2536 เพราะกองนิติการของโจทก์ได้รับข้อมูลครบถ้วนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำละเมิด แต่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่าควรเริ่มนับอายุความเมื่ออธิบดีของโจทก์ทราบ มิใช่เริ่มนับแต่กองนิติการของโจทก์ทราบ ดังนี้ การอุทธรณ์ว่าอายุความควรเริ่มนับเมื่อใดจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย มิใช่อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ย่อมอุทธรณ์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาโดยให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาและพิพากษาตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (สมศักดิ์ จันทรา-เอกชัย ชินณพงศ์-ชวลิต สุจริตกุล) ศาลแขวงนนทบุรี - นายจีระวงศ์ เชาวน์วรนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระวัตร บุณยบุตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1583/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2050/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2654/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412135
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนนทบุรี",
        "judge": "นายจีระวงศ์ เชาวน์วรนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวีระวัตร บุณยบุตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009339"
    }
}
date
2551
deka_no
4474/2551
deka_running_no
4474
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "เอกชัย ชินณพงศ์",
    "ชวลิต สุจริตกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 448"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมทางหลวง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอเนก ไร้บำรุง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินอันเนื่องจากจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์จำนวน 32,742.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 18,720 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนคำขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมนอกนั้นให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า กองนิติการของโจทก์ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนสามารถสรุปข้อเท็จจริงที่จะดำเนินคดีแก่ผู้ต้องรับผิดเพื่อให้อธิบดีโจทก์ลงนามดำเนินคดีต่อไปได้โดยเร็วตั้งแต่ปี 2536 แล้ว ถือว่าโจทก์ทราบถึงการทำละเมิดและผู้กระทำละเมิดอันพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ปี 2536 แล้ว แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ซึ่งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่ พิเคราะห์อุทธรณ์ของโจทก์แล้ว ปรากฏว่าโจทก์อุทธรณ์ว่า คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์มาฟ้องคดีนี้ในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างว่าผู้อำนวยการกองนิติการไม่ใช่ผู้แทนนิติบุคคล แม้กองนิติการของโจทก์จะรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ปี 2536 แต่จะเริ่มนับอายุความตั้งแต่ปี 2536 ไม่ได้ เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลของโจทก์คืออธิบดีของโจทก์รู้ถึงการทำละเมิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2544 มิใช่รู้ตั้งแต่ปี 2536 เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า อายุความให้เริ่มนับตั้งแต่ปี 2536 เพราะกองนิติการของโจทก์ได้รับข้อมูลครบถ้วนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำละเมิด แต่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่าควรเริ่มนับอายุความเมื่ออธิบดีของโจทก์ทราบ มิใช่เริ่มนับแต่กองนิติการของโจทก์ทราบ ดังนี้ การอุทธรณ์ว่าอายุความควรเริ่มนับเมื่อใดจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย มิใช่อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ย่อมอุทธรณ์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาโดยให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาและพิพากษาตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2050/2545
primary_red_case_no
พ2654/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000617.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1583/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551