คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3302/2551 ฉบับเต็ม

#412137
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3302/2551 บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เสรีสากลธนกิจ จำกัด โจทก์ นางวัชราภรณ์ ชลพิไลพงศ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 140 (3), มาตรา 149, มาตรา 226 (1), มาตรา 227, มาตรา 228, มาตรา 247 ศาลชั้นต้นยังมิได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ถือว่าคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 140 (3) คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้อง ไม่ใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 227 และ 228 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อคดียังไม่เสร็จไปจากศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ประกอบมาตรา 247 1/1 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 4102 แขวงทุ่งวัดดอน (บ้านทวาย) เขตยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ไปรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินพิพาทแก่จำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท เนื้อที่ 27 ตารางวา โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้แก่คู่ความฟัง โดยมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาที่ส่งไปด้วยว่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและบังคับตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ เท่ากับให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยและบังคับตามฟ้องโจทก์ ทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นสองเท่าของราคาที่ดินพิพาท แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาในทุนทรัพย์เท่าราคาที่ดินพิพาท ซึ่งยังไม่ครบถ้วน จึงให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มจากโจทก์ให้ครบถ้วนก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไป โจทก์ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเป็นคำสั่งที่คลาดเคลื่อนนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง จึงต้องถือว่าคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 (3) วรรคท้าย คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบมาตรา 247 โจทก์จะฎีกาก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ชาลี ทัพภวิมล-คำนวน เทียมสอาด) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุรภักดิ์ ไพศาลกิจ ศาลอุทธรณ์ - นางสาวเสาวลักษณ์ จิระรัตนานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1959/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4538/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ8802/2546 หมายเหตุ การอุทธรณ์คำสั่งศาลในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมโดยเหตุว่าศาลกำหนดหรือคำนวณค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7409/2546 (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 225 วรรคสอง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นมาตรา 226 แม้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาก็ไม่ต้องโต้แย้งไว้ก่อนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ต้องอุทธรณ์ภายหลังคดีเสร็จไปจากศาลชั้นต้นโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วเท่านั้น สิริมงคล กองธนสุวรรณ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412137
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุรภักดิ์ ไพศาลกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวเสาวลักษณ์ จิระรัตนานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010127"
    }
}
date
2551
deka_no
3302/2551
deka_running_no
3302
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "คำนวน เทียมสอาด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 140 (3)",
            "ม. 149",
            "ม. 226 (1)",
            "ม. 227",
            "ม. 228",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เสรีสากลธนกิจ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวัชราภรณ์ ชลพิไลพงศ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 4102 แขวงทุ่งวัดดอน (บ้านทวาย) เขตยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์ไปรังวัดแบ่งแยกและโอนที่ดินพิพาทแก่จำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท เนื้อที่ 27 ตารางวา โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้แก่คู่ความฟัง โดยมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาที่ส่งไปด้วยว่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและบังคับตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ เท่ากับให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยและบังคับตามฟ้องโจทก์ ทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นสองเท่าของราคาที่ดินพิพาท แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาในทุนทรัพย์เท่าราคาที่ดินพิพาท ซึ่งยังไม่ครบถ้วน จึงให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มจากโจทก์ให้ครบถ้วนก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไป

โจทก์ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มเป็นคำสั่งที่คลาดเคลื่อนนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง จึงต้องถือว่าคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 (3) วรรคท้าย คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบมาตรา 247 โจทก์จะฎีกาก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4538/2545
primary_red_case_no
พ8802/2546
remark
การอุทธรณ์คำสั่งศาลในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมโดยเหตุว่าศาลกำหนดหรือคำนวณค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7409/2546 (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 225 วรรคสอง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นมาตรา 226 แม้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาก็ไม่ต้องโต้แย้งไว้ก่อนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ต้องอุทธรณ์ภายหลังคดีเสร็จไปจากศาลชั้นต้นโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วเท่านั้น สิริมงคล กองธนสุวรรณ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000624.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1959/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551