คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9219/2547 ฉบับเต็ม

#412152
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9219/2547 นางลำใย เหมือนเหลา กับพวก โจทก์ นายหนูชาติ เหมือนเหลา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 227, มาตรา 228, มาตรา 234, มาตรา 247 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่ เป็นคำสั่งชั้นตรวจคำคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 แต่วรรคท้ายของมาตรา 18 บัญญัติให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 กรณีมิได้ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 234 แห่ง ป.วิ.พ. ที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แต่อย่างใด เพราะกรณีนี้อยู่ในชั้นตรวจคำคู่ความ การที่จำเลยไม่ทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ภายในเวลา 3 วันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 วรรคสอง หาทำให้จำเลยหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ทำมาใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 วรรคท้าย ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจนกว่าจะออกไปจากที่ดิน วันที่ 19 สิงหาคม 2545 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งว่าถ้อยคำอุทธรณ์ที่ขีดเส้นใต้มีลักษณะก้าวร้าว ให้คืนอุทธรณ์ไปทำมาใหม่ภายใน 3 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง วันที่ 26 สิงหาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาล วันที่ 10 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่จำเลยประกอบอาชีพทนายความอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพิ่งทราบคำสั่งศาลเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วจึงไม่อาจแก้ไขอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลได้ ทั้งข้อความในอุทธรณ์ที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะก้าวร้าวนั้นจำเลยหยิบยกมาจากคำพิพากษา มิได้มีเจตนาก้าวร้าวแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับอุทธรณ์ และหากศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรจะมีการแก้ไขตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำเลยก็ยินดีจะแก้ไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง เพราะยื่นเมื่อล่วงพ้น 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 ที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีของจำเลยเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มิใช่ตามมาตรา 228 (3) จึงไม่รับอุทธรณ์ วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งให้คืนฟ้องอุทธรณ์ซึ่งสั่งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้จำเลยผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่แล้วยื่นต่อศาลภายใน 3 วัน นับแต่วันมีคำสั่งเป็นคำสั่งตรวจคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด แม้ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 ก็ตาม แต่วรรคท้ายของมาตรา 18 ก็บัญญัติให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 กรณีมิได้ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 234 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แต่อย่างใด เพราะกรณีนี้อยู่ในชั้นตรวจคำคู่ความ เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2545 และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 10 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาในวันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 227, และ 228 (3) วรรคสองแล้ว การที่จำเลยไม่ทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ภายในเวลา 3 วัน ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 วรรคสอง หาทำให้จำเลยหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 วรรคท้ายไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เมื่อจำเลยใช้สิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย สิทธิของจำเลยที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ประกอบมาตรา 227 เป็นอันยุติไปแล้วแม้จะยังไม่พ้นกำหนดอายุอุทธรณ์ก็ตามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วมีคำสั่งต่อไปตามกฎหมาย (สุพัฒน์ บุญยุบล-สายันต์ สุรสมภพ-บรรหาร มูลทวี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412152
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036291"
    }
}
date
2547
deka_no
9219/2547
deka_running_no
9219
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุพัฒน์ บุญยุบล",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "บรรหาร มูลทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 227",
            "ม. 228",
            "ม. 234",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางลำใย เหมือนเหลา กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหนูชาติ เหมือนเหลา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจนกว่าจะออกไปจากที่ดิน วันที่ 19 สิงหาคม 2545 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งว่าถ้อยคำอุทธรณ์ที่ขีดเส้นใต้มีลักษณะก้าวร้าว ให้คืนอุทธรณ์ไปทำมาใหม่ภายใน 3 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง วันที่ 26 สิงหาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาล

วันที่ 10 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่จำเลยประกอบอาชีพทนายความอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพิ่งทราบคำสั่งศาลเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วจึงไม่อาจแก้ไขอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลได้ ทั้งข้อความในอุทธรณ์ที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะก้าวร้าวนั้นจำเลยหยิบยกมาจากคำพิพากษา มิได้มีเจตนาก้าวร้าวแต่อย่างใด จึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับอุทธรณ์ และหากศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรจะมีการแก้ไขตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำเลยก็ยินดีจะแก้ไข ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง เพราะยื่นเมื่อล่วงพ้น 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234

วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 ที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีของจำเลยเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มิใช่ตามมาตรา 228 (3) จึงไม่รับอุทธรณ์

วันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งให้คืนฟ้องอุทธรณ์ซึ่งสั่งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้จำเลยผู้อุทธรณ์ทำมาใหม่แล้วยื่นต่อศาลภายใน 3 วัน นับแต่วันมีคำสั่งเป็นคำสั่งตรวจคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด แม้ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 ก็ตาม แต่วรรคท้ายของมาตรา 18 ก็บัญญัติให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247 กรณีมิได้ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 234 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แต่อย่างใด เพราะกรณีนี้อยู่ในชั้นตรวจคำคู่ความ เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์วันที่ 19 สิงหาคม 2545 และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2545 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์วันที่ 10 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาในวันที่ 18 กันยายน 2545 จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 227, และ 228 (3) วรรคสองแล้ว การที่จำเลยไม่ทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ภายในเวลา 3 วัน ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 18 วรรคสอง หาทำให้จำเลยหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์แล้วทำมาใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 วรรคท้ายไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เมื่อจำเลยใช้สิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย สิทธิของจำเลยที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำฟ้องอุทธรณ์ให้ทำมาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ประกอบมาตรา 227 เป็นอันยุติไปแล้วแม้จะยังไม่พ้นกำหนดอายุอุทธรณ์ก็ตามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วมีคำสั่งต่อไปตามกฎหมาย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000862.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547