คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7499/2547 ฉบับเต็ม

#412153
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7499/2547 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางอุสม สุจริต กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 680, มาตรา 698, มาตรา 1754 วรรคสาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 (1) โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทของพันโท ช. รับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่พันโท ช. ค้ำประกันหนี้เงินกู้ของพันโท ป. ไว้แก่โจทก์ เมื่อความรับผิดของผู้ค้ำประกันที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เท่านั้น ทั้งผู้ค้ำประกันย่อมจะหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และมาตรา 698 ความรับผิดของผู้ค้ำประกันในหนี้ที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้จะต้องชำระนั้น เห็นได้ว่าเป็นมูลความแห่งคดีเดียวกันจึงเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทของพันโท ป. ผู้กู้ยกอายุความเกี่ยวแก่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ และปรากฏว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์อันมีต่อพันโท ป. เจ้ามรดกขาดอายุความแล้วทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์ตามฟ้อง กรณีจึงอยู่ในบังคับแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 59 (1) เมื่อสิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ขาดอายุความ ศาลย่อมพิพากษาให้มีผลถึงความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่ขาดนัดซึ่งจะต้องรับผิดในฐานะทายาทของพันโท ช. ผู้ค้ำประกันหนี้ของพันโท ป. แก่โจทก์ด้วยได้ แม้โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดภายหลังโจทก์ได้รู้ถึงความตายของพันโท ช. เจ้ามรดกเมื่อยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1755 วรรคสาม ก็ตาม ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า พันโทประมวลทำสัญญากู้เงินกรุงไทย ธนวัฏ จำนวน 60,000 บาท จากโจทก์ และมีพันโทชายัณเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2543 โจทก์ส่งหนังสือทวงถามให้พันโทประมวลชำระหนี้จึงทราบว่าพันโทประมวลถึงแก่ความตายแล้ว และจากการสอบถามไปหน่วยงานต้นสังกัดของพันโทชายัณ โจทก์ก็ทราบว่าพันโทชายัณถึงแก่ความตายแล้วด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นภริยาผู้มีสิทธิรับมรดกของพันโทประมวลและพันโทชายัณตามลำดับ จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทของผู้ตายทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 34,619.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี จากต้นเงิน 18,501.69 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของโจทก์ข้อกฎหมายที่ว่า แม้หนี้ของพันโทประมวลผู้กู้ซึ่งจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทจะต้องรับผิดขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ตามที่จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดี แต่โจทก์เพิ่งรู้ถึงความตายของพันโทชายัณผู้ค้ำประกันเมื่อยังไม่พ้น 1 ปี คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของพันโทชายัณจะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็ยังไม่ขาดอายุความ กรณีไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) มาปรับให้แก่คดีของจำเลยที่ 2 ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทของพันโทชายัณให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่พันโทชายัณค้ำประกันหนี้เงินกู้ของพันโทประมวลไว้แก่โจทก์ เมื่อความรับผิดของผู้ค้ำประกันที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น ทั้งผู้ค้ำประกันย่อมจะหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 และมาตรา 698 ความรับผิดของผู้ค้ำประกันในหนี้ที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้จะต้องชำระนั้น ย่อมเห็นได้ชัดว่าเป็นมูลความแห่งคดีเดียวกันจึงเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทของพันโทประมวลผู้กู้ยกอายุความเกี่ยวแก่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ และปรากฏว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์อันมีต่อพันโทประมวลเจ้ามรดกขาดอายุความแล้วทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์ตามฟ้อง กรณีจึงอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) ที่บัญญัติให้บรรดากระบวนพิจารณาที่จำเลยที่ 1 ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้นั้น ให้ถือว่าได้กระทำโดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความร่วมด้วย ดังนี้ เมื่อสิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ขาดอายุความ ศาลย่อมพิพากษาให้มีผลถึงความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่ขาดนัดซึ่งจะต้องรับผิดในฐานะทายาทของพันโทชายัณผู้ค้ำประกันหนี้ของพันโทประมวลแก่โจทก์ด้วยได้ แม้โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดภายหลังโจทก์ได้รู้ถึงความตายของพันโทชายัณเจ้ามรดกเมื่อยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ก็ตาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412153
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037664"
    }
}
date
2547
deka_no
7499/2547
deka_running_no
7499
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 680",
            "ม. 698",
            "ม. 1754 วรรคสาม"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 59 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอุสม สุจริต กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า พันโทประมวลทำสัญญากู้เงินกรุงไทย ธนวัฏ จำนวน 60,000 บาท จากโจทก์ และมีพันโทชายัณเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2543 โจทก์ส่งหนังสือทวงถามให้พันโทประมวลชำระหนี้จึงทราบว่าพันโทประมวลถึงแก่ความตายแล้ว และจากการสอบถามไปหน่วยงานต้นสังกัดของพันโทชายัณ โจทก์ก็ทราบว่าพันโทชายัณถึงแก่ความตายแล้วด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นภริยาผู้มีสิทธิรับมรดกของพันโทประมวลและพันโทชายัณตามลำดับ จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทของผู้ตายทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 34,619.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี จากต้นเงิน 18,501.69 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของโจทก์ข้อกฎหมายที่ว่า แม้หนี้ของพันโทประมวลผู้กู้ซึ่งจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทจะต้องรับผิดขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ตามที่จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดี แต่โจทก์เพิ่งรู้ถึงความตายของพันโทชายัณผู้ค้ำประกันเมื่อยังไม่พ้น 1 ปี คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของพันโทชายัณจะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็ยังไม่ขาดอายุความ กรณีไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) มาปรับให้แก่คดีของจำเลยที่ 2 ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทของพันโทชายัณให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่พันโทชายัณค้ำประกันหนี้เงินกู้ของพันโทประมวลไว้แก่โจทก์ เมื่อความรับผิดของผู้ค้ำประกันที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น ทั้งผู้ค้ำประกันย่อมจะหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 และมาตรา 698 ความรับผิดของผู้ค้ำประกันในหนี้ที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้จะต้องชำระนั้น ย่อมเห็นได้ชัดว่าเป็นมูลความแห่งคดีเดียวกันจึงเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทของพันโทประมวลผู้กู้ยกอายุความเกี่ยวแก่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ และปรากฏว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์อันมีต่อพันโทประมวลเจ้ามรดกขาดอายุความแล้วทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์ตามฟ้อง กรณีจึงอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) ที่บัญญัติให้บรรดากระบวนพิจารณาที่จำเลยที่ 1 ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้นั้น ให้ถือว่าได้กระทำโดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความร่วมด้วย ดังนี้ เมื่อสิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ขาดอายุความ ศาลย่อมพิพากษาให้มีผลถึงความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่ขาดนัดซึ่งจะต้องรับผิดในฐานะทายาทของพันโทชายัณผู้ค้ำประกันหนี้ของพันโทประมวลแก่โจทก์ด้วยได้ แม้โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดภายหลังโจทก์ได้รู้ถึงความตายของพันโทชายัณเจ้ามรดกเมื่อยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ก็ตาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000874.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547