ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7700/2547
พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด
โจทก์
นายตอฮา อิสมาแอล
จำเลย
ป.อ. มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 120, มาตรา 134, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), มาตรา 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่)
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8, มาตรา 19
การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 แม้เดิมแจ้งข้อหาจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องในเรื่องการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเหมือนกัน ถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120
ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5)ฯ มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ทั้งตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ใช้ข้อความทำนองเดียวกันและมิได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของความผิด จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับ ส่วนกำหนดโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา 66 วรรหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายเดิม เมื่อเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายไปมีจำนวน 3 เม็ด มีน้ำหนักสุทธิ 0.26 กรัม กรณีโทษจำคุกต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง รวมทั้งแก้ไขโทษเสียให้เหมาะสมสอดคล้องกับบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
___________________________
0 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ริบของกลาง คือธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานคือร้อยตำรวจเอกสมชัย และสิบตำรวจเอกสมรักษ์เบิกความทำนองเดียวกันว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 ขณะพยานทั้งสองแอบซุ่มอยู่ที่บ้านพักคนงานก่อสร้างภายในหมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส ห่างจากใต้สะพานท้ายหมู่บ้านเพอร์เฟคเพลสประมาณ 20 เมตร จนถึงเวลา 13.30 นาฬิกา เห็นสายลับเดินไปที่ใต้สะพานดังกล่าวพูดคุยกับจำเลยสักพักหนึ่ง แล้วสายลับยื่นธนบัตรให้จำเลย จำเลยมอบสิ่งของให้สายลับ แล้วสายลับเดินไปหาร้อยตำรวจเอกสมชัยและมอบเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ด ให้ บอกว่าซื้อมาจากจำเลย พยานทั้งสองจึงเดินไปจับกุมจำเลยที่ใต้สะพานดังกล่าว ค้นพบธนบัตรฉบับละ 100 บาท 3 ฉบับ อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาของจำเลย เมื่อตรวจสอบแล้วมีหมายเลขตรงกับธนบัตรที่มอบให้สายลับนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย เห็นว่า พยานทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันและเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย เชื่อว่าคำเบิกความดังกล่าวเป็นความจริง ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ที่จำเลยฎีกาว่าร้อยตำรวจเอกสมชัยและสิบตำรวจเอกสมรักษ์เบิกความว่า ขณะวางแผนจับกุมยังไม่ทราบชื่อผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ แต่ในภาพถ่ายธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อเอกสารหมาย จ.2 กลับมีรายละเอียดว่าเป็นสำเนาธนบัตรที่มอบให้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายตอฮาซึ่งเป็นพิรุธก็ดี พยานทั้งสองสืบสวนอยู่ 3 วัน น่าจะมีหมายค้นของศาลเพื่อเข้าค้นบ้านจำเลยเพื่อจับกุมแล้วไม่นำจำเลยไปค้นบ้านพักจำเลยก็ดี เห็นว่า ไม่สามารถหักล้างคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ที่เห็นจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้สายลับใด้
ปัญหาข้อที่สองที่จำเลยฎีกาว่า ในบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.12 ในช่องของการแจ้งข้อหานั้นมีพิรุธ โดยมีลายมือเขียนเติมคำว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ต่างจากข้อความว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายซึ่งเป็นอักษรที่พิมพ์ดีด แสดงว่าได้มีการเติมข้อความขึ้นภายหลังโดยมิได้แจ้งจำเลยทราบ ทำให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป เห็นว่า การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกฐานความผิดไม่ แม้เดิมพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องในเรื่องการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเหมือนกัน ก็เรียกได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่รับอนุญาตชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทนโดยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ทั้งตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 15 วรรคหนึ่ง คงใช้ข้อความทำนองเดียวกันและมิได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของความผิด จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับ ส่วนกำหนดโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้นตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายเดิม สำหรับคดีนี้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายไปมีจำนวน 3 เม็ด มีน้ำหนักสุทธิ 0.26 กรัม กรณีโทษจำคุกต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง รวมทั้งแก้ไขโทษเสียให้เหมาะสมสอดคล้องกับบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ให้จำคุก 4 ปี เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
(วสันต์ ตรีสุวรรณ-สมบัติ อรรถพิมล-วิบูลย์ นนทสูติ)
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ