คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8335/2547 ฉบับเต็ม

#412213
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8335/2547 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอึ้ง ยู โธ จำเลย ป.อ. มาตรา 2, มาตรา 4 ขณะที่เจ้าพนักงานตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษ จำเลยลงจากเครื่องบินมาอยู่ในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อจะไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่ง จำเลยจึงเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้ว เมื่อจำเลยมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งตามกฎหมายไทยบัญญัติว่าเป็นความผิด จำเลยจึงเป็นผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายไทยตาม ป.อ. มาตรา 4 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66 และ 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80 และ 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามี 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง และ 102 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ริบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนและสายรัดของกลาง ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทยหรือไม่ โจทก์มีนายอนันต์และนายธรรมรัฐเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะที่นายอนันต์และนายธรรมรัฐสังเกตการณ์อยู่ที่ทางออกประตูหมายเลข 26 เห็นจำเลยเดินออกมาจากที่พักผู้โดยสารขาออกเพื่อจะเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน จึงเข้าไปขอตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ส่วนจำเลยเบิกความรับว่า จำเลยนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวไปส่งให้แก่ลูกค้าที่เมืองไทเป ดินแดนไต้หวัน โดยสายการบิน อีวีเอ แอร์ เที่ยวบินที่ บีอาร์ 0076 ซึ่งต้องแวะเพื่อเปลี่ยนและส่งผู้โดยสารที่กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ประจำสายการบินประกาศให้ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางไปเมืองไทเปลงจากเครื่องบินเพื่อไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่ทางออกประตูหมายเลข 26 จำเลยจึงเดินลงจากเครื่องบินลำดังกล่าว ผ่านห้องผู้โดยสารขาออกเพื่อจะไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่ทางออกประตูหมายเลข 26 ขณะที่เดินผ่านเครื่องตรวจโลหะมีสัญญาณเตือนดังขึ้น เจ้าพนักงานจึงตรวจค้นจำเลย ในที่สุดก็พบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว จากคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยดังกล่าวซึ่งเจือสมพยานโจทก์แสดงให้เห็นว่าขณะที่ตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว จำเลยลงจากเครื่องบินมาอยู่ในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานกรุงเทพ จำเลยจึงเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้ว เมื่อจำเลยมียาเสพติดให้โทษดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งตามกฎหมายไทยบัญญัติว่าเป็นความผิด จำเลยจึงเป็นผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร จำเลยต้องรับโทษตามกฎหมายไทยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" อนึ่ง แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน แต่คดีนี้ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซิเมทแอมเฟตามีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 66 วรรคสาม ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย" พิพากษายืน (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
412213
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037001"
    }
}
date
2547
deka_no
8335/2547
deka_running_no
8335
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2",
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอึ้ง ยู โธ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66 และ 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80 และ 91 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามี 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง และ 102 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ริบ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนและสายรัดของกลาง ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทยหรือไม่ โจทก์มีนายอนันต์และนายธรรมรัฐเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะที่นายอนันต์และนายธรรมรัฐสังเกตการณ์อยู่ที่ทางออกประตูหมายเลข 26 เห็นจำเลยเดินออกมาจากที่พักผู้โดยสารขาออกเพื่อจะเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน จึงเข้าไปขอตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ส่วนจำเลยเบิกความรับว่า จำเลยนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวไปส่งให้แก่ลูกค้าที่เมืองไทเป ดินแดนไต้หวัน โดยสายการบิน อีวีเอ แอร์ เที่ยวบินที่ บีอาร์ 0076 ซึ่งต้องแวะเพื่อเปลี่ยนและส่งผู้โดยสารที่กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ประจำสายการบินประกาศให้ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางไปเมืองไทเปลงจากเครื่องบินเพื่อไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่ทางออกประตูหมายเลข 26 จำเลยจึงเดินลงจากเครื่องบินลำดังกล่าว ผ่านห้องผู้โดยสารขาออกเพื่อจะไปขึ้นเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่ทางออกประตูหมายเลข 26 ขณะที่เดินผ่านเครื่องตรวจโลหะมีสัญญาณเตือนดังขึ้น เจ้าพนักงานจึงตรวจค้นจำเลย ในที่สุดก็พบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว จากคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยดังกล่าวซึ่งเจือสมพยานโจทก์แสดงให้เห็นว่าขณะที่ตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษดังกล่าว จำเลยลงจากเครื่องบินมาอยู่ในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานกรุงเทพ จำเลยจึงเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้ว เมื่อจำเลยมียาเสพติดให้โทษดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งตามกฎหมายไทยบัญญัติว่าเป็นความผิด จำเลยจึงเป็นผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร จำเลยต้องรับโทษตามกฎหมายไทยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

อนึ่ง แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน แต่คดีนี้ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซิเมทแอมเฟตามีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 66 วรรคสาม ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000868.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547