ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6517/2547
บริษัท วี อาร์ บี ดี จำกัด
โจทก์
กรมสรรพากร
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.รัษฎากร มาตรา 27 จัตวา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17
ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการคืนเงินภาษีอากร พ.ศ.2539 มาตรา ข้อ 13
ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการตรวจสอบภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2539 มาตรา ข้อ 21
โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2541 และ 2542 ระบุผลการประกอบกิจการขาดทุนสุทธิทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชี เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล หัก ณ ที่จ่าย สำหรับรอบระยะเวลาปฏิบัติดังกล่าว เจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจสอบแล้ว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์แสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องตรวจสอบบัญชีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก่อน ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว และตามระบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการตรวจสอบภาษีอากรตาม ป.รัษฎากรฯ ข้อ 21 กำหนดระยะเวลาการตรวจสอบให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันออกหมายเรียก การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเพื่อขอคืนภาษีขณะที่ยังอยู่ในระยะเวลาตรวจสอบดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 17 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ยรวม 89,040 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน จากต้นเงินจำนวน 84,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2541 และ 2542 ระบุผลการประกอบกิจการขาดทุนสุทธิทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 61 ถึง 64 และแผ่นที่ 94 ถึง 97 ตามลำดับ วันที่ 12 เมษายน 2544 โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2541 จำนวน 42,000 บาท และรอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 จำนวน 42,000 บาท เงินภาษีทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด ผู้จ่ายเงินได้ ซึ่งเป็นผู้เช่าตึกแถวของโจทก์ได้หักไว้เมื่อชำระค่าเช่าแก่โจทก์ วันที่ 13 กันยายน 2544 เจ้าพนักงานประเมินหมายเรียกตรวจสอบภาษีโจทก์ทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวตามหมายเรียกเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 45 และจำเลยยังมิได้คืนเงินภาษีแก่โจทก์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า รอบระยะเวลาบัญชีปี 2541 และ 2542 โจทก์มีผลการประกอบกิจการขาดทุนสุทธิ เงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวนดังกล่าวจึงเป็นเงินภาษีที่เสียไว้เกิน การขอคืนของโจทก์เป็นกรณีประเด็นที่ขอคืนชัดแจ้งตามระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการคืนเงินภาษีอากร พ.ศ.2539 ข้อ 13.1 จำเลยต้องคืนภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง การที่จำเลยมิได้คืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง เห็นว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2541 และ 2542 ระบุผลการประกอบกิจการขาดทุนสุทธิทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชี กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์แสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องตรวจสอบบัญชีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก่อน หาใช่ประเด็นที่ขอคืนชัดแจ้งดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวและตามระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการตรวจสอบภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2539 เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 19 ถึง 26 ข้อ 21 กำหนดระยะเวลาการตรวจสอบให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันออกหมายเรียก การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องขณะที่ยังอยู่ในระยะเวลาตรวจสอบดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
(ทองหล่อ โฉมงาม-วิชัย ชื่นชมพูนุท-โนรี จันทร์ทร)
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ